
REUTERS ชี้ ความสำเร็จของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขึ้นอยู่กับกติกา
REUTERS ชี้ ความหวังในการเป็นฮับการพนัน และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทย ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกฎระเบียบ กระบวนการที่โปร่งใสพร้อมการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดนักลงทุน
สำนักข่าว REUTERS เผยแพร่บทความ ระบุว่าประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการพนันระดับโลก โดยมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาสิโนที่จะสร้างรายได้หลายพันล้าน ดึงดูดผู้ประกอบการชั้นนำของวงการ และเป็นประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการวางกฎระเบียบที่เหมาะสม ซึ่งเป็นด้านที่ประเทศไทยมีประวัติการดำเนินการที่ไม่ราบรื่น เช่น กรณีความผิดพลาดในการทำให้กัญชาถูกกฎหมายในปี 2565
เฟรดริก กูชิน จากกลุ่มสเปกตรัม เกมมิ่ง ซึ่งเคยช่วยสิงคโปร์สร้างอุตสาหกรรมคาสิโนจนกลายเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊าและลาสเวกัส กล่าวว่า "นักลงทุนต้องการกระบวนการที่โปร่งใสพร้อมการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อปกป้องการลงทุนของพวกเขา นี่เป็นโอกาสที่มีครั้งเดียวในรอบหนึ่งยุค"
จากการประเมินบางแหล่ง ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวข้ามสิงคโปร์ได้ ส่วนหนึ่งเพราะสามารถดึงดูดผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่อย่าง Las Vegas Sands Corp, MGM Resorts International และ Galaxy Entertainment
เมื่อเดือนที่แล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎหมายให้การพนันถูกกฎหมายในรูปแบบของ "เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงที่คาดว่า GDP จะเติบโตต่ำกว่า 2.9% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
ซิตี้แบงก์คาดการณ์ว่ารายได้จากการพนันของไทยอาจสูงถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อดำเนินการเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ไทยมีรายได้สูงกว่าสิงคโปร์
ศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการพนัน โดยมีการเสนอให้สร้างคาสิโนในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และอีกสามพื้นที่ ได้รับการสนับสนุนจากบทบาทของไทยในฐานะแม่เหล็กดึงดูดการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.55 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26.27% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับสถิติก่อนโควิด-19 ที่ 39.9 ล้านคนในปี 2562
รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยหวังว่าแผนนี้จะดึงดูดการลงทุนใหม่อย่างน้อย 100,000 ล้านบาท เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5-10% ต่อปี และสร้างรายได้มากกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากประชาชนยังมีจำกัด โดยผลสำรวจในเดือนมกราคมพบว่าเกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 1,310 คนไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ และมีการต่อต้านทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น โดยพรรคพลังประชารัฐแสดงความกังวลว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาการพนันและเพิ่มหนี้ครัวเรือน
ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการสร้างมาตรการป้องกันทางสังคมที่เข้มแข็งจะเป็นการสร้างสมดุลที่สำคัญ เนื่องจากนักลงทุนจะจับตามองกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด







