posttoday
แอปเปิลโฉมหน้าใหม่ ในวันที่ไร้สตีฟ จ็อบส์

แอปเปิลโฉมหน้าใหม่ ในวันที่ไร้สตีฟ จ็อบส์

23 มกราคม 2554

การลาป่วยของจ็อบส์อาจมิใช่เพียงการโอนถ่ายตำแหน่งเพียงชั่วคราวให้กับ “มือขวา” เหมือนดังที่แล้วๆ มา แต่อาจเป็นความเคลื่อนไหวที่พลิกโฉมหน้าของแอปเปิล.....

การลาป่วยของจ็อบส์อาจมิใช่เพียงการโอนถ่ายตำแหน่งเพียงชั่วคราวให้กับ “มือขวา” เหมือนดังที่แล้วๆ มา แต่อาจเป็นความเคลื่อนไหวที่พลิกโฉมหน้าของแอปเปิล.....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปีใหม่นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่สำหรับภาคธุรกิจแล้ว หลังจากผ่านแรงซื้อที่ร้อนแรงในช่วงไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้านี้ การเริ่มต้นในระยะเริ่มต้นปีอาจถือเป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะมีการประมวลผลประกอบการช่วงไตรมาสที่แล้ว

ปรากฏว่าเพียงช่วงเดือนแรกของปี 2554 กลับเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่ต่อวงการธุรกิจไอทีอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ของกูเกิล จากเดิมที่เป็น อีริก ชมิดต์ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานถึง 10 ปีมาเป็น แลร์รี เพจ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล แต่ที่สร้างความฮือฮา (เพราะประกาศการเปลี่ยนแปลงก่อนกูเกิล) และสร้างความหนักใจ (เพราะอนาคตทางธุรกิจมิได้มั่นคงเท่ากูเกิล) นั่นคือการผลัดเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ของแอปเปิล

แอปเปิลโฉมหน้าใหม่ ในวันที่ไร้สตีฟ จ็อบส์ สตีฟ จ็อบส์

เป็นที่ทราบกันว่า สตีฟ จ็อบส์ เป็นทั้งผู้ปลุกปั้นและคัดหางเสือให้กับแอปเปิลนับตั้งแต่เริ่มล้มลุกคลุกคลาน แต่แล้วจ็อบส์ต้องประสบกับโรคภัยมาเบียดเบียน โดยนับตั้งแต่ปี 2004 จ็อบส์ต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บ่อยครั้ง ด้วยโรงมะเร็งเรื้อรัง โดยหากจะนับครั้งคราวที่จ็อบส์ต้องเข้าออกโรงพยาบาลแล้วจะพบว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ปีที่ 2004 และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี

สตีฟ จ็อบส์ เองตระหนักถึงอาการป่วยไข้ของตัวเองดี แต่ยังเป็นห่วงสถานการณ์ที่บริษัทกำลังเผชิญ จึงเคยปรารภว่าจะยังคงเป็นผู้ให้คำแนะนำทิศทางการบริหารต่อไป แม้จะลาป่วยระยะยาวเช่นเดียวกับครั้งนี้ เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างจากคราวที่แล้วๆ มาคือ จ็อบส์ได้เปิดเผยถึงกำหนดการหวนกลับคืนสู่เก้าอี้ผู้บริหาร

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่า การลาป่วยของจ็อบส์อาจมิใช่เพียงการโอนถ่ายตำแหน่งเพียงชั่วคราวให้กับ “มือขวา” เหมือนดังที่แล้วๆ มา แต่อาจเป็นความเคลื่อนไหวที่พลิกโฉมหน้าของแอปเปิลอย่างไม่ทันตั้งตัว เช่นเดียวกับการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ของกูเกิล หากจ็อบส์โบกมือลาย่อมหมายถึงการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างใหญ่หลวงสำหรับแอปเปิล

นับตั้งแต่ปี 1997 ที่จ็อบส์กลับเข้ามาบริหารบริษัทเป็นครั้งที่ 2 จ็อบส์เนรมิตบริษัทไอทีที่ใกล้จะล้มแหล่มิล้มแหล่ให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าการตลาดสูงที่สุดเป็นอัน 2 ของโลก จากนั้นแอปเปิลคลอดผลิตภัณฑ์ที่สร้างความฮือฮาได้อย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น iMac iTune iPod iPhone และล่าสุดคือ iPad ท่ามกลางการจับตามองของนักลงทุนทั่วโลกที่หวังจะเกาะกระแสที่ร้อนแรงของเจ้าแห่งไอทีรายนี้

เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการล่าสุดจะพบว่า สตีฟ จ็อบส์ เลือกเวลาลาป่วยได้อย่างเหมาะเจาะยิ่ง

แอปเปิล มีรายได้สุทธิช่วงไตรมาส 4 พุ่งขึ้นมาถึง 78% ที่ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.84 แสนล้านบาท) จาก 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.04 แสนล้านบาท) ของช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ส่วนรายได้ก่อนหักต้นทุนและภาษียังพุ่งขึ้นมาถึง 71% ที่ 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แรงหนุนที่สำคัญมาจากยอดขาย iPad ที่สูงกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ด้วยยอดขายที่สูงถึง 7.3 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางขายเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว หรือสูงกว่าคาดการณ์ยอดขายเดิมถึง 1 ล้านเครื่อง ไม่เท่านั้น iPhones ยังมียอดขายสูงกว่าสมาร์ตโฟนจากค่ายอื่นๆ ถึง 86% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ด้วยยอดขายสูงกว่า 16.2 ล้านเครื่อง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคกระหน่ำซื้อ iPad เป็นของขวัญส่วนตัวและของขวัญให้กับผู้อื่นในช่วงเทศกาลหยุดยาว อันเป็นช่วงช็อปปิ้งในแต่ละปีที่ภาคธุรกิจเฝ้ารอเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญก็คือ ทิม คุก ซึ่งขณะนี้รับตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (CFO) จะสามารถเรียกศรัทธาจากสาวกแอปเปิลและว่าที่สาวกในอนาคตได้หรือไม่ หากถึงที่สุดแล้วจ็อบส์ไม่สามารถกลับมาเป็นมันสมองของบริษัทได้อย่างเต็มกำลังอีกต่อไป

ปัจจัยสำคัญที่มองเห็นได้จากยอดขายอุปกรณ์ไฮเทคของแอปเปิล ก็คือหาก แอปเปิล สามารถตอบสนองความต้องการที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของสาวกไฮเทคได้ต่อไป รายได้ที่สูงกว่านี้คงไม่ยากนักที่จะมุ่งไปให้ถึง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสามารถของตัวตายตัวแทนของ สตีฟ จ็อบส์

ชื่อเสียงของ ทิม คุก มิได้อ่อนด้อยไปกว่า สตีฟ จ็อบส์ และอาจกล่าวได้ว่า เป็นบุคคลซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแอปเปิลที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ทิม คุก ร่วมงานกับแอปเปิลในตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิต ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานในการริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เนื่องจากแผนกนี้เกี่ยวข้องกับการผลิตคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ไม่เท่านั้น ทิม คุก ยังเชี่ยวชาญทักษะการขายและการตลาด ดังจะเห็นว่าในเวลาต่อมาได้เข้าดูแลแผนกการขายทั่วโลกและต่อมารับตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เริ่มรับตำแหน่งมือขวาของ จ็อบส์ นับแต่นั้นมาจนกระทั่งล่าสุดคือตำแหน่ง CFO

เป็นที่ทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์ และทิม คุก เป็นมันสมองชั้นเลิศ 2 ก้อนที่เข้ามาชุบชีวิตให้กับแอปเปิล ที่จวนเจียนจะสิ้นชื่ออยู่รอมร่อในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 โดยเฉพาะปี 1997 ที่บริษัทต้องขาดทุนสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) แต่เป็น ทิม คุก ที่ช่วยหาทางออกให้ด้วยการหาหนทางระบายสินค้าคงคลังอันเป็นอุปสรรคในการขยายกิจการ อีกทั้งยังช่วยพัฒนาสินค้ารุ่น i อีกหลายรุ่น

ในเรื่องส่วนตัว ทิม คุก และสตีฟ จ็อบส์ ยังคล้ายกับเป็นตาชั่งที่ถ่วงดุลกันและกัน จ็อบส์มีบุคลิกที่เร่าร้อน ขณะที่ ทิม คุก มีบุคลิกที่สุขุมใจเย็น ทว่า เมื่อจับงานบริหาร เขาจะตัดสินใจอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว แม้ลึกๆ แล้วเขาอยากจะทำงานอยู่เบื้องหลังมากกว่าจะเป็นผู้นำเสนอผลงานให้บันลือโลก

แม้ทั้งคู่จะเป็นเหมือนมือสองข้างที่ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งได้ยาก แต่สำหรับคนในวงการไอทีและสาวกแอปเปิล ชื่อของ สตีฟ จ็อบส์ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่า และนี่จะเป็นปัญหาในทันทีที่คนเบื้องหลังอย่าง ทิม คุก ก้าวขึ้นมาแทนที่ “อย่างถาวร”

ปีนี้แอปเปิลจะเปิดตัว iPhone4 มีกำหนดอย่างเป็นทางการวันที่ 10 ก.พ.นี้ พร้อมด้วย Mac OSX หรือ Lion ในช่วงหลังของปีนี้น่าจะเป็นแรงหนุนให้กับผู้บริหารคนใหม่ของแอปเปิลได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวกแอปเปิลที่ยังไม่ทราบถึงความเก่งฉกาจของ ทิม คุก บุคคลที่น่าจะสานต่อนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ในฐานะทางออกสำหรับบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ไฮเทคป้อนตลาดได้มากมายที่สุดบริษัทหนึ่ง

อนาคตของแอปเปิลจึงอยู่ที่ศักยภาพในการตอบสนองความต้องการที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของคนในเจเนอเรชัน i และ ทิม คุก น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในยุค i ที่บุกเบิกและบุกตะลุยโดย แอปเปิล

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน