posttoday
จีนผิดนัดชำระหนี้แล้วกว่า 8.57 ล้านราย ธนาคารเร่งเทขาย NPL

จีนผิดนัดชำระหนี้แล้วกว่า 8.57 ล้านราย ธนาคารเร่งเทขาย NPL

19 ธันวาคม 2566

ธนาคารจีนเร่งเทขายหนี้เสีย (NPLs) ในอัตราที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลต้องการผลักดันให้กำจัดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทน ท่ามกลางการผิดนัดชำระหนี้ของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจซบเซาหลังโควิด-19

การออกตราสารหนี้ NPLs ในปีนี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากปีก่อนหน้า โดยนับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ที่ธนาคารต่างเร่งขายหนี้ในสินทรัพย์ที่ประสบปัญหา เช่น สินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต และสินเชื่อบริโภค

ในสัปดาห์นี้ ธนาคาร 6 แห่งในจีนซึ่งรวมถึง China Everbright Bank และ Bank of Jiangsu เตรียมออกตราสารหนี้ ABS มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านหยวน โดยอ้างอิงจากหนี้เสีย เพื่อจำหน่ายให้กับนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อหลักของตราสารหนี้ ABS มักเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้จัดการกองทุน บริษัทจัดการทรัพย์สิน นักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการซื้อขายหนี้เสีย และกองทุนเฮดจ์ฟันด์บางส่วน

การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) กลายเป็นเครื่องมือที่ธนาคารจีนนิยมใช้ในการกำจัดหนี้เสีย เนื่องจากมีข้อดีในการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ลงทุน ช่วยให้ธนาคารกำจัดหนี้เสียออกจากงบดุลได้รวดเร็ว และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลค่อนข้างไว

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การออกตราสารหนี้ ABS เพิ่มขึ้น คือ ปริมาณสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทน ( NPLs) เพิ่มมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาด ABS จะเติบโตต่อไปในปีหน้า

ข้อมูลจากศาลในประเทศจีนระบุว่า มีผู้ผิดนัดชำระหนี้แล้วกว่า 8.57 ล้านราย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปจนถึงสินเชื่อธุรกิจ โดยตัวเลขผู้ผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงต้นปี 2020 ซึ่งอยู่ที่ 5.7 ล้านราย สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่จีนกำลังเผชิญอยู่จากผลกระทบของโควิด-19

ณ วันที่ 17 ธันวาคม ธนาคารจีนได้ขายตราสารหนี้ NPLs ไปแล้ว 42.5 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 37% จากยอดขายรวมในปี 2022 และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2016

การซื้อขายหนี้เสียในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2023 ที่ 6 หมื่นล้านหยวน โดยตัวเลขนี้สูงกว่าปี 2022 ถึง 61% และสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ธนาคารจีนกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ หนี้ท้องถิ่นที่พอกพูน และการผิดนัดชำระหนี้ของบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 ที่ชะลอลง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของจีน ระบุว่า ยอดคงค้างของหนี้เสียของธนาคารจีน เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2023 เพิ่มขึ้นจาก 2.4 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นปี 2019 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 33.3%

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก