
UN ชี้ แม้ AI จะไม่แย่งงานมนุษย์ แต่กฎหมายคุมเทคโนโลยีต้องเข้มงวด
การศึกษาของ U.N. เผยว่า Generative AI จะไม่ได้เข้ามาแย่งงานมนุษย์โดยสิ้นเชิง แต่ระบบปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทในการทำงานที่สามารถจัดสรรให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ แต่ต้องมีมาตรการคุมเทคโนโลยีเพื่อไม่ให้กระทบต่อบางสาขาอาชีพ
ความสนใจที่มีต่อ generative AI และแอปพลิเคชั่นแชทบอทได้จุดชนวนให้เกิดความกลัวว่าความฉลาดของพวกมันจะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์
ถึงอย่างนั้น การศึกษาที่จัดทำโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศสรุปว่า การจ้างงานส่วนใหญ่และภาคอุตสาหกรรมจะต้องพบเจอกับระบบอัตโนมัติเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งปัญญาประดิษฐ์คาดว่าจะถูกนำมาช่วยเสริมในการทำงานมากกว่านำมาแทนที่แรงงานมนุษย์
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของ U.N. เตือนว่าตำแหน่งที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบุคคลที่ทำงานในสำนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ธุรการ เนื่องจาก generative AI สามารถสร้างข้อความ รูปภาพ เสียง แอนิเมชั่น โมเดล 3 มิติ และข้อมูลอื่นๆ ที่มีศักยภาพได้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกระทบต่อเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีบทบาทในภาคส่วนนี้เป็นอย่างมาก และทำให้ผู้หญิงหางานยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ร่ำรวยทางเศรษฐกิจ
ในทางกลับกัน อาชีพอื่น ๆ อย่างผู้จัดการและพนักงานขายอาจได้รับผลกระทบเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ทั้งนี้ รายงานของหน่วยงานสหประชาชาติเตือนว่าผลกระทบของ generative AI ที่มีต่อแรงงานอาจโหดร้ายเกินคาดคิด ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย ที่ต้องกำหนดทิศทางการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เรากำลังเผชิญอยู่







