
‘หวัง อี้’ นั่งรัฐมนตรีต่างประเทศอีกครั้ง หลัง ‘ฉิน กัง’ หายหน้าจากสาธารณะ
เพียงหนึ่งเดือนหลังรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนอย่าง ‘ฉิน กัง (Qin Gang)’ หายหน้าไปจากสายตาสาธารณะชน ทางการจีนจึงตัดสินใจแต่งตั้งนักการทูตระดับสูง ‘หวัง อี้ (Wang Yi)’ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศอีกครั้ง
ฉินกัง อดีตเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ วัย 57 ปี เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม และไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะเลยนับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน หลังจากเขาเข้าพบกับนักการทูตในกรุงปักกิ่ง อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงระบุว่าเขาหยุดงานด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติม
การถอดถอน ฉิน กัง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรบุญธรรมของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกิดขึ้นในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้เพียงครึ่งปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การที่หวัง อี้ กลับมาดำรงตำแหน่งที่เขาเคยทำตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อาจจะไม่มีส่วนเปลี่ยนแปลงเส้นทางความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่มีปัญหาระหว่างสหรัฐฯ-จีนมากนัก รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการทำงานที่คลุมเครือของรัฐบาลประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจยังคงอยู่
สหรัฐฯ รู้จักหวัง อี้ ในฐานะเป็นผู้ที่มีสติปัญญาที่เฉียบแหลม และบางครั้งเขาก็ปกป้องจุดยืนของจีนอย่างแข็งกร้าว รวมถึงยังมีบทบาทในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีนและสหรัฐฯมาเป็นระยะเวลาหลายปี
นักวิเคราะห์ในกรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นว่า การกลับมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของหวัง อี้ น่าจะช่วยให้กระทรวงต่างประเทศของจีนกลับมาดำเนินการได้ตามปกติอีกครั้ง หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายฝ่ายต่างง่วนอยู่กับการคาดเดาชะตากรรมของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศฉินกัง
แต่ถึงอย่างนั้น การกลับมาของหวัง อี้ ก็ไม่น่าทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ตึงเครียดดีขึ้นได้แต่อย่างใด โดยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติมหาอำนาจในช่วงนี้ ถือว่าแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา นักการทูตสหรัฐฯ และจีนได้ถกเถียงกันอย่างหนักในหลายประเด็น รวมถึงท่าทีของจีนที่แสดงความก้าวร้าวต่อไต้หวันมากขึ้น ขณะที่ทางสหรัฐฯเริ่มควบคุมการส่งออกโดยมุ่งเป้าไปที่การขัดขวางความสามารถของจีนในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม ด้วยความอาวุโสของหวัง อี้ในพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในจุดนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ
การกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของหวัง อี้ ชี้ให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของทางการจีน เพื่อดำเนินการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำระดับโลกที่คาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะได้พบกับ ประธานาธิบดี โจ ไบ เดน ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงการประชุม G20 ที่จะเกิดขึ้นในอินเดีย ช่วงเดือนกันยายน และการประชุมผู้นำ APEC ที่จัดขึ้นในแคลิฟอร์เนียช่วงเดือนพฤศจิกายน







