
EU เข้ม ดันร่างความปลอดภัยไซเบอร์ กระทบหนักยักษ์ใหญ่ไอทีสหรัฐฯ
ตามร่างเอกสารโดยสหภาพยุโรป ระบุว่า Amazon , Google , Microsoft และผู้ให้บริการคลาวด์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพยุโรปที่ต้องการรับการรับรองความปลอดภัยเพื่อจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน สามารถทำได้ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทในสหภาพยุโรปเท่านั้น
ร่างดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐและเจ้าอื่น ๆ ที่ต้องการร่วมทุนจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (Minority interest) เท่านั้น และพนักงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของสหภาพยุโรปจะต้องผ่านการคัดกรองและต้องอาศัยอยู่ในกลุ่ม 27 ประเทศ
ส่วนผู้ให้บริการคลาวด์ต้องดำเนินการจากสหภาพยุโรป ขณะที่ข้อมูลของลูกค้าที่ใช้บริการคลาวด์ทั้งหมดต้องถูกเก็บรักษาและประมวลผลในสหภาพยุโรปเช่นกัน เนื่องจากกฎหมายเกี่ยวกับผู้ให้บริการคลาวด์ของสหภาพยุโรปสามารถมีผลบังคับใช้เหนือกฎหมายนอกสหภาพยุโรป
ร่างล่าสุดที่เสนอโดยหน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหภาพยุโรป ENISA จะรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริการคลาวด์และกำหนดวิธีการที่รัฐบาลและบริษัทในกลุ่มจะเลือกผู้ขายสำหรับธุรกิจของตน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีกำลังมองหาตลาดคลาวด์ที่บริหารโดยรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต หลังความสำเร็จของ ChatGPT ถูกมองว่าศักยภาพของ AI เพิ่มขึ้นทุกวัน และในอนาคตบริการคลาวด์อาจเป็นที่ต้องการมากขึ้น แต่บทบัญญัติใหม่จากสหภาพยุโรปเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงจากประเทศนอกสหภาพยุโรป เนื่องจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กังวลว่าจะถูกกีดกันจากตลาดยุโรป
เอกสารระบุว่ากฎที่เข้มงวดขึ้นจะบังคับใช้กับข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนโดยเฉพาะ ซึ่งการละเมิดข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยสาธารณะ ความเป็นอยู่ของผู้คน หรือการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ทั้งนี้ หอการค้าสหรัฐเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าแผนดังกล่าวทำให้บริษัทของสหรัฐตกอยู่ในสถานะที่ไม่เท่าเทียม ขณะที่สหภาพยุโรปกล่าวว่ามีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการเช่นนี้เพื่อปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้







