
แคนาดาเผยยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก หวังคานอำนาจจีน เพิ่มโอกาสการค้า
แคนาดาทุ่ม 2.3 พันล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 6 หมื่นล้านบาทเปิดตัวยุทธศาตร์อินโดแปซิฟิกเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางทหารและไซเบอร์ในภูมิภาค ขณะทำงานควบคู่ไปกับจีนเพื่อแก้ปัญหาด้านสภาพอากาศ (Climate Change) และประเด็นพิพาททางการค้า
แคนาดาจะเพิ่มกฎการลงทุนจากต่างประเทศให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และป้องกันไม่ให้รัฐวิสาหกิจของจีนกักตุนหรือแก่งแย่งสินแร่สำคัญ ทั้งยังระบุว่าพร้อมจัดการหากจีนเริ่มก่อกวนขึ้นมา โดยบรรดารัฐมนตรีชี้แจงว่ายุทธศาสตร์นี้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงและสภาพภูมิอากาศของประเทศแคนาดา ตลอดจนเป้าหมายทางเศรษฐกิจ
แคนาดากำลังพยายามกระชับความสัมพันธ์กับ 40 ประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าเกือบ 50 ล้านล้านดอลลาร์แคนาดา แต่จุดสนใจกลับกลายไปตกที่จีนซึ่งถูกพาดพิงกว่า 50 ครั้ง โดยคาดว่าแคนาดาต้องการฟื้นความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับรัฐบาลปักกิ่ง จากความสัมพันธ์ที่เย็นชาต่อกันของทั้งสองฝ่าย
เมลานี โจลี (Melanie Joly) รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า "เราจะใช้วิธีทางการทูตเพราะเราคิดว่านี่เป็นหนึ่งในจุดแข็ง ในขณะเดียวกันเราก็มีความหนักแน่น และนั่นคือเหตุผลที่เรามีแผนยุทธศาสตร์ที่โปร่งใสมากในการติดต่อกับจีน"
ภายใต้การนำประเทศของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด (Justin Trudeau) รัฐบาลต้องการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาจากสหรัฐฯ โดยข้อมูลที่เผยออกมาเมื่อเดือนกันยายนชี้ว่า ข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างแคนาดากับจีนอยู่ที่ร้อยละ 7 ในขณะที่เมื่อเทียบข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 68
การขยายขอบเขตความสัมพันธ์ของแคนาดาไปยังพันธมิตรในเอเชีย ยังเกิดขึ้นในช่วงไล่ๆกับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งสัญญาณเรื่องการค้าเสรีไปยังภูมิภาคดังกล่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ภายใต้ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในการสร้างความสัมพันธ์กับจีนของแคนาดา ยุทธศาสตร์นี้จะช่วยสร้างโอกาสด้านการส่งออกให้กับแคนาดามากขึ้น แม้ทางฝั่งแผ่นดินใหญ่จะพยายามกำหนดระเบียบระหว่างประเทศให้เอื้อต่อผลประโยชน์มากขึ้นก็ตาม







