เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง อัตราสูงสุดในรอบ 14 ปี
เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ 0.75% ทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐมีอัตราสูงสุดในรอบ 14 ปี แต่ส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจมีอัตราต่ำลง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว
ธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75 จุด เนื่องจากยังคงต้องต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า การปรับขึ้นของดอกเบี้ยในอนาคตอาจมีอัตราต่ำลง ตามแนวทาง การตรึงนโยบายการเงินแบบประคับประคองที่ประกาศใช้มาจนถึงขณะนี้
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเอกฉันท์ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ถือเป็นการปรับขึ้นอย่างแรงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากต้นปี 2565 ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับ 0% นับเป็นระดับสูงที่สุดของสหรัฐตั้งแต่เดือน ม.ค. 2551 หรือในรอบกว่า 14 ปีเนื่องจากเฟดพุ่งเป้าไปที่การต่อสู้ ภาวะเงินเฟ้อ ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีของสหรัฐ
ทั้งนี้ เฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน หลังปรับขึ้นอัตราเดียวกันในเดือนมิ.ย., ก.ค. และ ก.ย. ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง และนับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 6 ของเฟดในช่วง 9 เดือนหลังของปีนี้
แต่ถ้อยคำในแถลงการณ์นโยบายเมื่อวันพุธได้แสดงให้เห็นผลกระทบที่ยังคงเกิดขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของเฟด และความต้องการที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยในระดับจำกัดเพียงพอที่จะตรึงอัตราเงินเฟ้อที่ 2% เมื่อเวลาผ่านไป
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อลงมา ยังต้องใช้เวลา และการต่อสู้กับเงินเฟ้อจะส่งผลให้การเติบโตของสหรัฐชะลอตัว อย่างไรก็ดี เฟดจะหารือเรื่องการลดความเร็วในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้


