
เฟซบุ๊กกำไรอื้อ จ่อเปิด IPOปีหน้า
ช่วงสัปดาห์มีข่าวคราวเกี่ยวกับความพยายามของหลายบริษัทผ่านทางโกลด์แมน แซคส์ ที่จะเข้าซื้อหุ้นของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ ทว่าข่าวดังกล่าวแผ่วลงไป เนื่องจากหลายบริษัทยังไม่สบช่องทางที่จะเข้าเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น หรือกระทั่งผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของเฟซบุ๊ก
ช่วงสัปดาห์มีข่าวคราวเกี่ยวกับความพยายามของหลายบริษัทผ่านทางโกลด์แมน แซคส์ ที่จะเข้าซื้อหุ้นของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ ทว่าข่าวดังกล่าวแผ่วลงไป เนื่องจากหลายบริษัทยังไม่สบช่องทางที่จะเข้าเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น หรือกระทั่งผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของเฟซบุ๊ก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ช่วงสัปดาห์มีข่าวคราวเกี่ยวกับความพยายามของหลายบริษัทผ่านทางโกลด์แมน แซคส์ ที่จะเข้าซื้อหุ้นของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ ทว่าข่าวดังกล่าวแผ่วลงไป เนื่องจากหลายบริษัทยังไม่สบช่องทางที่จะเข้าเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น หรือกระทั่งผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของเฟซบุ๊ก ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้เนรมิตเว็บไซต์ดังกล่าวจนโด่งดัง เดินสายทัวร์นานาประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ จนนำไปสู่การคาดเดาต่างๆ นานาในทางธุรกิจ
จนเมื่อไม่นานมานี้เฟซบุ๊กยังสงวนท่าทีในเรื่องนี้ แต่เริ่มมีสัญญาณเป็นระยะว่า อาจเริ่มกระบวนการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ในปีหน้า หลังจากที่ทางเว็บไซต์เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้กับกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพในการลงทุนกับหุ้นของเฟซบุ๊ก
ส่วนในปีนี้เฟซบุ๊กแย้มเพียงว่า มีแผนการที่จะเพิ่มจำนวนผู้ถือหุ้นให้เกินกว่า 500 คน ซึ่งการแย้มท่าทีดังกล่าวเท่ากับเป็นการบังคับตัวเองให้ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินต่อสาธารณะภายในเดือน เม.ย. ปีหน้า หรือนัยหนึ่งก็คือ เฟซบุ๊กจะต้องเปิด IPO ในช่วงเวลาดังกล่าว
โดยส่วนตัวซักเคอร์เบิร์กเคยกล่าวไว้ว่า จะไม่เร่งรีบในการผลักดันเฟซบุ๊กให้เป็นเป้าหมายการลงทุนสาธารณะ ทว่าเมื่อพิจารณาปัจจัยในหลายๆ ประการแล้ว เจตนาของซักเคอร์เบิร์กอาจต้องแปรเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เฟซบุ๊กเปิดขายหุ้นผ่านทางโกลด์แมน แซคส์ จำนวนหนึ่ง ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้
ล่าสุด ภาพที่ปรากฏเริ่มชัดเจนขึ้น จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวใกล้ชิดกับโกลด์แมน แซคส์
ขณะนี้เฟซบุ๊กสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นกอบเป็นกำและรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ และจะยิ่งดึงดูดความสนใจของนักลงทุนมากขึ้น จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้กับสาธารณะดังที่ระบุไว้ ซึ่งในชั้นต้นเอกสารที่หลุดมาถึงโกลด์แมน แซคส์ บ่งชี้เพียงว่า เฟซบุ๊กมีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น นั่นคือ เปิดขาย IPO ในปีหน้า หรือจะเลือกเพียงแค่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินแก่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม โกลด์แมน แซคส์ ได้ทำการแจกจ่ายเอกสารความยาว 101 หน้าที่ระบุถึงรายละเอียดต่างๆ ด้านการเงินและการลงทุนให้ตามที่เฟซบุ๊กได้เลือกสรรให้โกลด์แมน แซคส์ เป็นผู้จัดการขายหุ้นมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพียงแต่ข่าวที่ออกมาในชั้นต้นยังไม่มีรายละเอียดถึงสถานะทางการเงินชัดเจนเท่าข้อมูลล่าสุด จึงยังไม่อาจประเมินได้ว่าเฟซบุ๊กตกอยู่ในภาวะจำยอม (หรือมีเจตนา) ที่จะเปิดขาย IPO หรือไม่
จากข้อมูลในเอกสารจำนวน 101 หน้า ที่ส่งถึงนักลงทุนระดับมหาเศรษฐี พบว่าเฟซบุ๊ก ซึ่งครองตำแหน่งหมายเลข 1 ในวงการเว็บไซต์สังคมออนไลน์ มีรายได้สุทธิ 355 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2553 จากรายได้ทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายและภาษี 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
เอกสารดังกล่าวยังระบุถึงการประเมินโดยโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งระบุว่าเฟซบุ๊กมีมูลค่าการตลาดถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีทุนหนุนต่างหากอีก 450 ล้านเหรียญสหรัฐ
ไรอัน เจคอบ นักวิเคราะห์จากบริษัท เจคอบ อินเทอร์เน็ต ฟันด์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า การประเมินมูลค่าทางการตลาดดังกล่าวนับว่าสูง แต่ยังไม่สูงจนเกินกว่าเหตุ เนื่องจากยังอิงกับผลประกอบการที่คึกคักของเฟซบุ๊ก
“ข้อมูลดังกล่าวเป็นการแสดงให้เราเห็นว่าธุรกิจเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ได้ถึง 3040% อีกทั้งยังอาจทำรายได้สุทธิได้ถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว” เจคอบ กล่าว
ขณะที่ ลู เคอร์เนอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เวดบุช ซีเคียวริตีส์ ซึ่งลงทุนในหุ้นของเฟซบุ๊กเช่นกัน กล่าวว่า รายได้ของเว็บไซต์สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิชาการ
“สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือผลกำไร ผมคิดว่าตัวเลขนี้ช่วยย้ำว่าเฟซบุ๊กมีโอกาสสูงที่จะแซงหน้ารายได้ของกูเกิล” เคอร์เนอร์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กทำเงินส่วนใหญ่ได้จากการขายโฆษณา เช่นเดียวกับกูเกิล ด้วยเครือข่ายสมาชิกมากถึง 500 ล้านคนทั่วโลก และมีทีท่าที่ตัวเลขนี้จะขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไป







