posttoday

'อยู่ร่วมโควิด' บางประเทศป่วยพุ่ง-ตายเพิ่ม บางประเทศลดลงพ้นจุดพีก

23 กุมภาพันธ์ 2565

สถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศเมื่อตัดสินใจ 'อยู่ร่วมกับโควิด-19' ท่ามกลาง 'โอมิครอน' ระบาด

เกาหลีใต้

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่วันที่ 22 ก.พ. แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 171,452 ราย และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 99,573 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 18,819 ราย

ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันอยู่ที่ 99 ราย ทำสถิติใหม่ในรอบ 2 เดือน ส่วนผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 58 ราย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีคิม บู คยอม กล่าวว่าไม่ต้องตื่นตระหนกกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้

ทั้งนี้ เกาหลีใต้หันไปใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค รวมถึงการคลายล็อกดาวน์ ขยายเวลาเปิดร้านอาหาร และคลายข้อจำกัดการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะที่มากกว่า 86% ของประชากร 52 ล้านคนในเกาหลีใต้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และเกือบ 60% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

โดยประมาณ 56% ของ 1,073 คนที่เสียชีวิตในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 94% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

Our World in Data ได้รวบรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ข้อมูลอัพเดทวันที่ 22 ก.พ. ไว้ดังนี้

สหราชอาณาจักร

เป็นประเทศแรกๆ ที่เดินหน้าใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศว่าจะยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวันที่ 24 ก.พ. และจะยกเลิกข้อบังคับการกักตัวสำหรับผู้ตรวจพบเชื้อรวมถึงยกเลิกการตรวจหาเชื้อโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนในวงกว้างแล้ว

"เราจะเปลี่ยนจากการคุมเข้มโดยรัฐบาลเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลแทน" จอห์นสันกล่าว ขณะที่ผู้ที่มีอายุ 12 ปี ขึ้นไปได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 85% และมากกว่า 66% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

ทั้งนี้ อังกฤษมีผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 43,343 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. อยู่ที่ 41,130 ราย เพิ่มขึ้นจาก 38,409 รายในวันก่อนหน้า ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายใหม่พุ่งเป็น 205 ราย จาก 30 รายในวันก่อนหน้า ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่เฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 140 ราย

สหรัฐอเมริกา

พบผู้ป่วยรายใหม่พุ่งเช่นกัน โดยอยู่ที่ 123,128 ราย เพิ่มขึ้นจาก 55,659 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 86,553 ราย เช่นเดียวกับผู้เสียชีวิตรายใหม่ที่พุ่งเป็น 2,726 ราย จาก 760 รายในวันก่อนหน้า และผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 1,939 ราย แต่ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่หลายรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค อย่างเช่น การแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน และข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยในอาคาร

นอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีโจนาส การ์ สโตร์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมโรคเกือบทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับประชากรส่วนใหญ่แล้ว อีกทั้งมีการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก

โดยชาวนอร์เวย์ไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด และเปิดให้บริการสถานบันเทิงได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงผู้ติดเชื้อไม่ถูกบังคับให้กักตัว แต่ "แนะนำ" ให้อยู่บ้านเป็นเวลา 4 วัน

ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 17,749 ราย ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 14,336 ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือนที่กว่า 25,000 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่วันที่ 22 ก.พ. เป็นศูนย์

โดยขณะนี้ชาวนอร์เวย์ราว 75% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นกว่า 53%

เนเธอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศล่าสุดในยุโรปที่เดินหน้ากลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ประกาศยกเลิกข้อจำกัดเพื่อควบคุมโควิด-19 เกือบทั้งหมด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม ลดระยะเวลากักตัวเหลือ 5 วัน

โดยเนเธอร์แลนด์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 34,665 ราย ขณะที่ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 44,317 ราย ซึ่งค่อยๆ ลดลงหลังผ่านจุดพีกในช่วงต้นเดือนที่กว่า 7 หมื่นราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่อยู่ที่ 18 ราย ซึ่งน้อยลงมากเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดระลอกก่อนๆ

ขณะที่ประชากรกว่า 70% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และกว่า 50% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

สิงคโปร์

ผู้ป่วยโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 26,032 ราย และผู้ป่วยเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 17,757 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่รายวันเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแต่ยังคงอยู่ที่ 4 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 6 ราย

ขณะที่ร้อยละ 94 ของชาวสิงคโปร์ที่มีสิทธิรับวัคซีนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และประมาณ 66% ของประชากรทั้งหมดได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

กระทรวงสาธารณสุขเผยว่าขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก และอาจใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนที่การแพร่ระบาดจะถึงจุดพีกและค่อยๆ ลดลง

เดนมาร์ก

ประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ประกาศยกเลิกข้อจำกัดโควิด-19 ทั้งหมด รวมถึงข้อบังคับการสวมหน้ากากอนามัย บัตรแสดงการฉีดวัคซีน จำกัดเวลาเปิดร้านอาหาร ผับ และบาร์ ตลอดจนจำกัดการชุมนุมในอาคาร

ขณะที่ประชากรกว่า 80% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม โดยชาวเดนมาร์กกว่า 60% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในเดือนม.ค. แต่ค่อยๆ ลดลงเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 30,480 ราย ขณะที่ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 33,938 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่อยู่ที่ 34 ราย

เยอรมนี

ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในเยอรมนีอยู่ที่ 221,478 ราย เพิ่มขึ้นจาก 137,844 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 190,660 ราย แต่มีแนวโน้มลดลงจากช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. มีผู้ป่วยรายวันกว่า 4 หมื่นราย

ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันอยู่ที่ 301 ราย ส่วนค่าเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 223 รายต่อวัน โดยคาร์ล ลอเตอร์บัค รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีกล่าวก่อนหน้านี้ว่าประเทศได้ผ่านจุดพีกของการแพร่ระบาดของโอมิครอนแล้ว

Photo by REZAS / AFP

ข่าวล่าสุด

Silver เดือดจัด! TFEX ขยายกรอบราคา หลังตลาดไหลไม่หยุด