ปูตินกำลังชุบชีวิตอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐโดยไม่เต็มใจ
วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน เอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐโดยไม่เต็มใจ
CNBC รายงานว่าการคุกคามของรัสเซียต่อยูเครน เป็นการเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของสหรัฐ หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2020 เช่นเดียวกับผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐระมัดระวังในการขุดเจาะ แต่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในตอนนี้อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการขุดเจาะมากขึ้น
อุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐกำลังฟื้นตัวโดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในปีที่แล้ว และท่าทีคุกคามของรัสเซียที่มีต่อยูเครนยิ่งช่วยผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี และใกล้แตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเข้าไปทุกที เนื่องจากก่อนหน้านี้รัสเซียเป็นผู้ให้บริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในยุโรป
ตามรายงานของบริษัท IHS Markit ผู้ให้บริการด้านข้อมูลระดับโลกระบุว่าก๊าซธรรมชาติของสหรัฐซึ่งส่งไปยังยุโรปในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา มีมากกว่าก๊าซธรรมชาติที่ส่งจากรัสเซีย ทำให้สหรัฐขึ้นเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่กว่าเป็นครั้งแรก
แดน เยอร์กิน รองประธาน IHS Markit กล่าวว่ารัสเซียกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของสหรัฐ
ในขณะที่ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมานานแล้วว่าไม่ปลื้มการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐเท่าไรนัก แต่หากเขาสั่งบุกยูเครนอาจเป็นการชุบชีวิตอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐโดยไม่เต็มใจ
ทั้งนี้ รัสเซียส่งก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรปผ่านท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 (Nord Stream I) ส่วนท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม2 (Nord Stream II) สร้างขึ้นเพื่อนำก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังรอการอนุมัติจากเยอรมนี
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวว่าหากรัสเซียบุกยูเครนท่อส่งก๊าซดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ นอกจากนี้สหรัฐและพันธมิตรยังมีแผนคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ากรณีที่เลวร้ายที่สุดคือคว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซของรัสเซียที่จะส่งไปยังยุโรป หรือรัสเซียอาจปิดกั้นอุปทานเพื่อเป็นการตอบโต้ ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของสหรัฐ
รายงานระบุว่าแม้สหรัฐจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และรัสเซียเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของตลาดโลก โดยส่งออกประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหากมีการสั่งบุกยูเครนจริงๆ จะรู้สึกถึงการสูญเสียน้ำมันจากรัสเซียไปทั่วโลก ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในฤดูร้อนนี้เมื่อการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้น
Photo by Mario Tama/Getty Images/AFP


