posttoday

วิจัยสหรัฐชี้ความยากจนกระทบพัฒนาการสมองของเด็ก

01 กุมภาพันธ์ 2565

เด็กที่เกิดในครอบครัวยากจนส่งผลกระทบต่อสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และการคิด

ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เตือนว่า เด็กที่เกิดในครอบครัวยากจนมีการทำงานของสัญญาณประสาทในสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งการคิดและการเรียนรู้ช้าลง

ทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐซึ่งนำโดยนักประสาทวิทยา คิมเบอร์ลี โนเบิล พบว่าการพัฒนาของสมองของเด็กทารกที่เกิดในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำแตกต่างกันตามจำนวนเงินที่ได้รับการสนับสนุนที่พวกเขาได้รับจากทีมวิจัย

การสแกนสมองของเด็กอายุ 1 ปี พบว่าเด็กๆ ที่ครอบครัวได้รับเงินสนับสนุนค่าครองชีพ 333 เหรียญสหรัฐ หรือ 11,057 บาทต่อเดือนมีการทำงานของสัญญาณประสาทในสมองเร็วกว่าเด็กๆ ที่ครอบครัวได้รับเงิน 20 เหรียญสหรัฐ หรือ 664 บาท

ยังไม่ชัดเจนว่าความแตกต่างของสัญญาณประสาทในสมองจะยังคงอยู่เมื่อเด็กโตขึ้นหรือไม่ หรือว่าสัญญาณดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของการรับรู้ตัดสินใจและพฤติกรรมอย่างไร

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้พบว่าการทำงานของสัญญาณประสาทในสมองส่วนเดียวกันในเด็กโตเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของทักษะในการเรียนรู้

การวิจัยล่าสุดนี้ศึกษาว่าเงินสนับสนุนมีประโยชน์กับเด็กอย่างไร ซึ่งความเป็นไปได้นี้รวมถึงการจัดหาโภชนาการที่ดี หรือการลดความเครียดของผู้ปกครอง

ทว่าไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการแทรกแซงที่ออกแบบมาเพื่อลดความยากจนอาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของทารกและปรับปรุงผลลัพธ์ในภายหลัง

โนเบิลเผยว่า “การเปลี่ยนแปลงของสมองบ่งบอกถึงความอ่อนไหวของสมองที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยเด็ก เราทราบมานานแล้วว่าการเติบโตในครอบครัวยากจนทำให้เด็กเสี่ยงที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนต่ำ รายได้ลดลง และมีสุขภาพแย่ลง”

“อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าความยากจนเองทำให้พัฒนาการของเด็กต่างกัน หรือว่าการเติบโตในครอบครัวยากจนจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างเหล่านั้น” โนเบิลเผย

ในการวิจัยครั้งนี้ ทีมนักวิจัยตรวจวัดสัญญาณประสาทในสมองของเด็กอายุ 1 ปี 435 คนที่เข้าร่วมการวิจัยที่เรียกว่า Baby's First Years โดยพบว่า เด็กที่แม่ได้รับเงิน 333 เหรียญสหรัฐ มีการทำงานของสัญญาณประสาทความถี่สูงในสมองมากกว่าเด็กที่แม่ได้รับเงิน 20 เหรียญสหรัฐราว 20%

การทดลองแบบสุ่มนี้และมีกลุ่มควบคุมเกี่ยวกับประโยชน์ของการลดความยากจนเกณฑ์แม่ที่มีรายได้ต่ำและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงผิวดำและชาวละตินที่ไม่ได้ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย 1,000 คนจากหอผู้ป่วยหลังคลอดในเมืองใหญ่ของสหรัฐ 4 แห่งคือ นิวออร์ลีนส์ นิวยอร์กซิตี โอมาฮา และมินนีอาโพลิส-เซนต์พอล

การทดลองนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การขจัดความยากจนช่วยให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้น

Photo by Khaled Ziad / AFP

ข่าวล่าสุด

ก้าวต่อไปของ ThaiBMA ภายใต้การนำของ “อริยา ติรณะประกิจ” เอ็มดีคนใหม่