
จับเทรนด์แรงปี 2011 วอลสตรีตแรง เปิดศักราชใหม่
แม้ในบางครั้งความหวังจะเลือนราง แต่เมื่อขึ้นปีใหม่ชาวโลกก็ยังอดฝากความเชื่อมั่นไว้ที่ความหวังไม่ได้ และทุกๆ ปี
แม้ในบางครั้งความหวังจะเลือนราง แต่เมื่อขึ้นปีใหม่ชาวโลกก็ยังอดฝากความเชื่อมั่นไว้ที่ความหวังไม่ได้ และทุกๆ ปี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
แม้ในบางครั้งความหวังจะเลือนราง แต่เมื่อขึ้นปีใหม่ชาวโลกก็ยังอดฝากความเชื่อมั่นไว้ที่ความหวังไม่ได้ และทุกๆ ปี ต่างเฝ้ารอคอยว่าความขัดแย้งของชาวโลกจะบรรเทาเบาบางลง เศรษฐกิจจะมั่งคั่งขึ้น และชีวิตจะยิ่งสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยนวัตกรรมใหม่ เมื่อชีวิตได้ย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ของปี 2000
คงไม่มีแนวโน้มใดในปี 2554 ที่จะเป็นที่จับตาได้มากเท่ากับสภาพเศรษฐกิจ เมื่อย่างเข้าปีที่ 2 ของการสิ้นสุดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ พร้อมกับความเสี่ยงที่เริ่มปรากฏในเศรษฐกิจเอเชียและยุโรป และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร้อนแรงจนส่อเค้าที่สินค้าจำเป็นจะมีราคาสูงขึ้นอย่างน่ากลัว ทว่าในท่ามกลางความผันผวนเหล่านี้ ยังคงมีวี่แววของความสดใสปรากฏอยู่
เริ่มที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อันเป็นตลาดที่ชี้นำตลาดหุ้นทั่วโลกในปีหน้า จากการคาดการณ์โดยสำนักข่าว CNBC ดัชนีดาวโจนส์ ของตลาดหุ้นวอลสตรีตมีโอกาสที่ปริมาณซื้อขายจะทะลุ 1.4 หมื่นล้าน เนื่องจากภาคธุรกิจมีผลผลิตและประกอบการที่ดีขึ้น ยิ่งหากเศรษฐกิจสหรัฐสามารถขับเคลื่อนตัวเองได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องอาศัยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นโดยภาครัฐ ตลาดหุ้นวอลสตรีตจะยิ่งคึกคัก
แม้ว่ามีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวได้ไม่มากนัก ทว่าด้วยผลิตในปริมาณสูงบวกกับความคึกคักของเศรษฐกิจโลก รวมถึงคู่แข่งในตลาดโลกที่ลดน้อยลง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ก็มากพอที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะเป็นความหวังให้กับนักลงทุนได้
เมื่อพิจารณาถึงอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ ที่มีแนวโน้มขยายตัว จะพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหนักและวัตถุดิบสำหรับการผลิตเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเพิ่มผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ซึ่งขยายตัวถึง 22% ในปี 2553 อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมากที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมทั้ง 711 ประเภทของสหรัฐ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ละสายตาไม่ได้
ภาคการเงินมีสัญญาณของการฟื้นตัวเช่นกัน ไม่เพียงจะมีการเปิดขายหุ้นครั้งแรก (IPO) อย่างขนานใหญ่ในปีหน้า แต่จะมีการผ่านข้อตกลงควบรวมและซื้อกิจการอีกนับไม่ถ้วน โดยที่ปัจจัยเสี่ยงเพียงประการเดียวของการฟื้นตัวในภาคนี้ คือ ระเบียบควบคุมภาคการเงินที่เข้มงวดขึ้นภายหลังเกิดวิกฤตการเงิน
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์ด ที่คาดว่าจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2554 ซึ่งสะท้อนเช่นกันถึงแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจสหรัฐที่อิงกับภาคการบริโภคในสัดส่วนสูงถึง 3 ใน 4 ของระบบเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของภาคการบริโภคหมายถึงเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มที่จะขับเคลื่อนตัวเองได้อีกครั้ง
ไม่แต่เฉพาะแรงหนุนภายในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังมีแรงหนุนจากภายนอกที่จะช่วยกระตุ้นตลาดหุ้นวอลสตรีตและกระตุ้นตลาดหุ้นทั่วโลกในเวลาเดียวกัน
ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ แผนการของจีนที่จะปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศให้สมบูรณ์แบบภายในปี 2563 และขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการดังกล่าวบ้างแล้ว แผนการดังกล่าวนับเป็นแผนการที่มีความทะเยอทะยานอย่างมาก เพราะครอบคลุมประชากรนับพันล้านคน ใช้เงินลงทุนนับแสนล้านหยวน
ที่สำคัญแผนการนี้จะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจในหลายๆ สาขาทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกี่ยวข้องทางอ้อมกับการสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การแพทย์ อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ ด้วยเหตุนี้ หลายๆ บริษัทจึงคาดการณ์ถึงอัตราการขยายตัวในอัตราเลข 2 หลัก ขณะที่การใช้จ่ายของจีนเพื่อซื้อยารักษาโรคจะเพิ่มขึ้นมาถึง 20% ในช่วงทศวรรษข้างหน้า
แม้ว่าจีนจะมีความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงหลายประเทศในเอเชียที่กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐ ที่หากปรากฏสัญญาณฟื้นตัวในปี 2554 ภาวะเงินเฟ้อจะก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ทว่าภาวะเงินเฟ้อไม่เพียงส่งผลกระทบด้านลบเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว เพราะจะกระตุ้นให้เกิดกระแสความต้องการถือพันธบัตรมากขึ้นในปีหน้า ความต้องการซื้อบอนด์จะคึกคักไปตลอด แม้จะเจอวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อบอนด์ยุโรปก็ตาม
นอกจากนี้ แม้จะปรากฏความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ถีบตัวสูงขึ้น แต่ในภาวะเช่นนี้ยังปรากฏโอกาสเช่นกัน โดยเฉพาะโอกาสในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของบริษัท รอยัล ดัทช์ เชล และบริษัท ทรานส์โอเชียน ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยสำนักข่าว CNN ให้เป็นหุ้นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในปี 2554
ในโลกของเทคโนโลยีจะยังคงมีสิ่งแปลกใหม่ให้ชาวโลกได้เพลิดเพลินอย่างต่อเนื่อง ในปี 2554 เช่นกัน และผู้นำของการผลักดันเทรนด์ใหม่ๆ ในโลกเทคโนโลยี ยังคงเป็น Apple ที่ในปี 2553 เพิ่งสร้างความสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตลาดแท็บเล็ตจนลือลั่น
ปีหน้าฟ้าใหม่ Apple จะเปิดตัวร้านค้าที่ให้บริการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันในวงกว้าง ตามรอยแนวทางที่ทำไว้แล้วกับไอโฟนและสมาร์ตโฟนของค่ายอื่นๆ คาดการณ์กันว่าร้านค้านี้จะมีชื่อว่า iOS ทว่าการเปิดสโตร์สำหรับเครื่อง PC โดยตรง จะถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับเครื่อง PC ไม่เฉพาะแค่ความต้องการอย่างล้นหลามต่อเครื่องรุ่น Mac ของ Apple เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่อง PC ของค่ายอีกนับไม่ถ้วน ที่ต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่ แต่นับเป็นอานิสงส์สำหรับผู้บริโภค
แนวโน้มเหล่านี้แม้จะต้องฝ่าฟันปัจจัยเสี่ยงไม่น้อยกว่าจะสามารถกลายเป็นความจริงได้ แต่อย่างน้อยยังพอให้ชาวโลกได้ตั้งตารอคอยได้อย่างมั่นใจขึ้นว่าในปี 2554 วิกฤตจะเริ่มคลี่คลาย ด้วยความหวังที่ชัดเจนขึ้น และนวัตกรรมใหม่ๆที่ตอบสนองชีวิตใหม่ในทศวรรษแห่งสหัสวรรษที่ 2000







