
จีนฝืนขึ้นค่าจ้างแก้เงินเฟ้อ
จีนปรับขึ้นค่าจ้าง หวั่นปัญหาเงินเฟ้อ ของแพง ก่อปัญหาแรงงาน
จีนปรับขึ้นค่าจ้าง หวั่นปัญหาเงินเฟ้อ ของแพง ก่อปัญหาแรงงาน
รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับแรงงานในกรุงปักกิ่งราว 20% โดยจะเพิ่มขึ้นจาก 960 หยวน (ราว 4,372 บาท) ต่อเดือน เป็น 1,160 หยวน (ราว 5,284 บาท) หรือในอัตราชั่วโมงละ 6.7 หยวน (ราว 30 บาท) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่า แผนดังกล่าวนี้จะมีผลครอบคลุมผู้ใช้แรงงานราว 3 ล้านคน
การเพิ่มค่าจ้างครั้งนี้เกิดขึ้นท่าม กลางความหวั่นวิตกของทั้งทางฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริโภคต่อปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงกว่า 2 ปี ถึงราว 5% ในเดือน พ.ย.
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลปักกิ่งปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาครั้งหนึ่งด้วยอัตราส่วนราว 20% ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยจากราคาสินค้าบริโภคปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความอลหม่านจากภาคแรงงาน พนักงานรายได้ต่ำจำนวนมากตกอยู่ในสภาวะเครียด และฆ่าตัวตายอยู่เป็นระยะ ดังนั้น การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งล่าสุดนี้ จึงถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือน จากสภาพปัญหาเดียวกันนี้
นอกจากนี้ ในมณฑลและเขตปกครองพิเศษอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงปักกิ่ง ก็ได้มีการปรับขึ้นมาแล้วในปีนี้ โดยอยู่ที่ราว 1220%
ขณะนี้ประเทศจีนกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าประเภทอาหารพุ่งขึ้นราว 12% เช่นเดียวกับราคาของอสังหาริมทรัพย์ และจีนเคยเผชิญกับความวุ่นวาย เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อมาแล้วในอดีต ดังนั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการควบคุมสถานการณ์โดยด่วน
นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนรัฐในความพยายามที่จะลดช่องว่างความแตกต่างของรายได้ เพื่อหวังให้ประเทศจีนซึ่งเคยพึ่งพาภาคการลงทุน ให้ปรับเปลี่ยนมาสนับสนุนการบริโภคของกลุ่มชนชั้นกลางและผู้มีรายได้ต่ำ ให้เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ







