ภัยของโอมิครอน มันทำให้โรงพยาบาลล้นจนรักษาไม่ทัน
ถึงแม้ว่าอาการ (เบื้องต้น) จะไม่รุนแรง แต่มันมีความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ นั่นคือทำให้ระบบสาธารณสุขแบกรับไม่ไหว
1. เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้วว่าถึงแม้โอมิครอนจะมีอาการไม่หนัก แต่มันจะทำให้โรงพยาบาลแบกรับผู้ป่วยไม่ไหว และประเด็นนี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องรีบขยับตัว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนเตรียมส่งทหาร 1,000 นายไปช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมกับแจกอุปกรณ์ตรวจเชื้อด่วน 500 ล้านชิ้นให้ประชาชน คาดว่าก็เพื่อให้ประชาชนรู้อาการตัวเองโดยไม่ต้องมาโรงพยาบาลให้ภาระของระบบสาธารณสุขหนักอึ้งเข้าไปอีก
2. ที่ฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเผยผลจากโมเดลการวิเคราะห์คาดว่าผู้ติดเชื้อโอมิครอนในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ของการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดในอีกไม่นาน และคาดว่าผู้ติดเชื้อรายวันจะสูงถึง 100,000 รายต่อวัน (จากในขณะนี้ที่ 70,000 รายต่อวัน) เบื้องต้น ฝรั่งเศสจะไม่ประกาศมาตรการควบคุมการระบาด (แต่ในอนาคตไม่แน่) เพราะจะเน้นไปที่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าโรงพยาบาลเริ่มจะอาการหนักเพราะผู้ป่วย ICU ถึงระดับ 3,000 คนต่อวัน
3. ข้ามมาที่ฝั่งเอเชีย เกาหลีใต้ที่กำลังเผชิญกับคลื่นการระบาดที่หนักขึ้นมาอีก มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อมจะเพิ่มเตียงอีก 10,000 เตียงในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการปานกลางถึงอาการหนักในช่วงกลางเดือนข้างหน้า และโรงพยาบาลบางแห่งจะมีการย้ายผู้ป่วยอื่นเพื่อเปลี่ยนมามารองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ประธานาธิบดีมูน แจอิน เรียกร้องให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 และให้รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่โอมิครอนเป็นเชื้อหลักในประเทศ
4. รายงานจาก Sky News ของสหราชอาณาจักรตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการติดเชื้อในสหราชอาณาจักพุ่งขึ้นสูงมากหลังจากพบโอมิครอนครั้งแรก เช่นเดียวกับอัตราการเข้ารับการักษาในโรงพยาบาล แต่กราฟของอัตราเข้าโรงพยาบาลยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราการติดเชื้อ แสดงว่าโอมิครินอาจจะมีอาการไม่รุนแรง และระบบสาธารณสุขอันจะไม่ล้น แต่รายงานเตือนว่าจะสรุปง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ผู้สูงสัยจะมีอาการหนักเพราะโอมิครอนจะทำให้อัตราเข้ารับการรักษาสูงขึ้นมาอีก
5. บทวิเคราะห์ของ Guardian ชี้ว่า การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรรอหลักฐาน "ที่ชัดเจนแบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้" เกี่ยวกับโอมิครอน ถือเป็นการเดิมพันที่สูงเกินไป เพราะระบบสาธารณสุขเสี่ยงที่จะล้น บทวิเคราะห์ชี้ว่า "กรณีเคสโอมิครอนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเร็วกว่าทุกๆ 48 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่าจำนวนบุคคลที่จะมีอาการร้ายแรงก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณด้วย" และ "โรงพยาบาลในลอนดอนรายงานว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แต่ 10 วันนับจากนี้ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของโอมิครอนเนื่องจากมีการติดเชื้อจำนวนมาก"
6. เยอรมนีก็มีความกังวลคล้ายๆ กัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชาวเยอรมันกล่าวเมื่อวันพุธว่ามาตรการควบคุมใหม่อาจไม่มากพอที่จะสกัดโอมิครอนเอาไว้ได้ ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของประเทศกล่าวว่ายังมีโอกาสที่จะออกกฎการล็อคทั้งหมดหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน สถาบัน Robert Koch Institute (RKI) สำหรับโรคติดเชื้อได้แนะนำให้ใช้ "ข้อจำกัดการสัมผัสสูงสุด" และ "มาตรการป้องกันการติดเชื้อสูงสุด" โดยให้ประกาศใช้ในทันที
7. เจอรัลด์ กาสส์ ประธานสหพันธ์โรงพยาบาลแห่งเยอรมนี (DKG) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า โรงพยาบาลต่างๆ ได้รับความกดดันจากการระบาดระลอกที่สี่ และจะถูกผลักดันให้ถึงขีดจำกัด หากโอมิครอนกระตุ้นคลื่นที่ 5 ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวว่า “ในสหราชอาณาจักรและเดนมาร์ก เราเห็นว่าตัวเลขการติดเชื้อที่สูงยังหมายความว่ามีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องลาป่วยเนื่องจากตัวเองติดเชื้อ”


