
เขตปลอดภาษี Free Zone
คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน
ผมเคยเดินทางไปเยี่ยมชมเขตปลอดภาษีหรือที่เรียกว่า Free Zone ที่ต่างประเทศมาแล้วหลายแห่ง แต่แห่งที่เป็นคู่แข่งกับประเทศไทยจริงๆ เช่นที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและที่ประเทศเวียดนาม นับว่าเป็นแห่งที่ควรศึกษาดูงานเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งจะว่าไปตามความจริงแล้ว ที่ประเทศไทยเราเอง ก็มี Free Zone อยู่หลายแห่งเหมือนกัน แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะยังไม่เข้าใจถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ หรืออาจจะมีความกังวลใจในอีกหลายๆเรื่องก็เป็นไปได้
จึงทำให้ Free Zone ต่างๆที่มีอยู่ ยังคงมีปัญหา คือใช้ได้ยังไม่เต็มประสิทธิภาพที่มีอยู่นั่นเองครับ
เมื่อประมาณสองเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านฑูตพาณิชย์เมียนมาประจำประเทศไทย ท่านเองก็ได้ปรารภว่า ทางประเทศเมียนมาในปัจจุบันนี้ มีปัญหารุมเร้าทั้งหลายๆช่องทาง ท่านจึงถามผมว่า ผมคิดอย่างไรกับปัญหาดังกล่าว?
ผมจึงตอบท่านไปว่า หากจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเมียนมาเติบโตได้ คงต้องเร่งทำให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวที่ 4 เดินเครื่องอย่างเต็มที่ นั่นคือต้องให้การนำเข้าและส่งออกของประเทศเมียนมาทำงานให้ได้
เพราะวันนี้เครื่องจักรตัวแรกคือ “การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน” ยากมากที่จะกระตุ้นได้ เพราะการธนาคารของประเทศเมียนมา ทำงานอย่างกระท่อนกระแท่น กระแสเงินสดในประเทศเมียนมาเองก็ยังขาดๆอยู่
ในขณะที่เครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวที่ 2 คือ “การลงทุน” ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะความเชื่อมั่นของภาคการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นจากนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่ขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผู้ประกอบการภายในประเทศก็ขาดทั้งเม็ดเงินที่จะลงทุนและเทคโนโลยีในการผลิต
ส่วนเครื่องจักรตัวที่ 3 คือ “งบประมาณแผ่นดิน” ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ คงไม่ต้องบรรยายแล้วละครับ จึงเหลือแต่เครื่องจักรตัวสุดท้ายเท่านั้น
การนำเข้า-ส่งออกของประเทศเมียนมาเอง วันนี้แม้จะประสบปัญหาเรื่องของการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของทุกๆประเทศ หรือชายแดนด้านอื่นๆยกเว้นประเทศไทย ล้วนปิดสนิทไม่สามารถดำเนินการนำเข้า-ส่งออกได้
แต่ประเทศไทยยังเป็นความหวังอันสูงสุดของประเทศเมียนมาเลยละครับ ดังนั้นหากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาให้เป็นรูปธรรมจริงๆ ก็ควรจะร่วมมือกับประเทศไทยเราในการส่งเสริมการค้าให้กระชับและมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด น่าจะเป็นการทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเดินเครื่องได้
แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้สถานการณ์ของเจ้าโรคร้าย COVID-19 ผ่านพ้นไปก่อน เมื่อประเทศสามารถเปิดประตูได้ เราคงต้องมาร่วมมือกันทำการกระตุ้นเศรษฐกิจกัน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลารออีกยาวนานแค่ไหน พระเจ้าจึงจะทรงโปรดละครับ
สิ่งที่สามารถทำให้การค้าระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเครื่องมือสำคัญอีกตัวหนึ่ง คือการส่งเสริมให้มีการใช้ Free Zone อย่างเต็มที่นี่แหละครับ
ผมจึงเรียนเชิญท่านให้ไปเยี่ยมชมเขตปลอดภาษีหรือ Free Zone ของประเทศไทยเราครับ โดยผมได้เริ่มโครงการนำท่านฑูตพาณิชย์เมียนมาประจำประเทศไทยและคณะกรรมการสภาธุรกิจไทย-เมียนมา
รวมทั้งสมาชิกสภาฯไปเยี่ยมชมเขตปลอดภาษีหรือ Free Zone ที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท อีเกิ้ล โลจิสติกส์ จำกัด ช่วยประสานงานกับการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ผมได้พาคณะดังกล่าวเข้าเยี่ยมชมในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ครับ
หากได้รับความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น อาทิตย์หน้าผมจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆแฟนคลับอ่านเล่นนะครับ
อีกทั้งในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ผมก็จะพาคณะเดิมและหากจะมีผู้สนใจเพิ่มเติม เดินทางไปเยี่ยมชมเขตปลอดภาษีหรือ Free Zone ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งที่นี่จะมี Free Zone อยู่ทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดที่มีอยู่ ได้ดำเนินกิจการมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ค่อยจะคึกคักเท่าที่ควร
เท่าที่ผมทราบมา ทั้ง 3 แห่งมีการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป หากท่านใดที่เป็นสมาชิกของสภาธุรกิจไทย-เมียนมา สนใจอยากจะติดตามคณะไปเยี่ยมชมด้วย ก็สามารถสมัครได้ที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาเลยนะครับ
หรือท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก หากมีความประสงค์จะไปเยี่ยมชมด้วย ก็ลองสมัครมาดูนะครับ หากมีที่นั่งของรถบัสที่จะเดินทางไป เราก็ยินดีให้การต้อนรับครับ







