posttoday

นายพลมะกันเตือนจีนอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์ถล่มสหรัฐโดยไม่ทันตั้งตัว

18 พฤศจิกายน 2564

หลังจากจีนทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก นายพลอาวุโสของสหรัฐก็เตือนว่าวันหนึ่งจีนอาจใช้ขีปนาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐโดยไม่ทันตั้งตัว

สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายพลอาวุโสอันดับ 2 ของสหรัฐให้สัมภาษณ์ว่า การทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกของจีนเมื่อเดือน ส.ค. โคจรไปรอบโลก ซึ่งเป็นการเปิดเผยรายละเอียดใหม่ของการทดสอบดังกล่าว และยังเตือนว่าวันหนึ่งจีนอาจมีศักยภาพในการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐแบบไม่ทันตั้งตัว

“พวกเขายิงขีปนาวุธพิสัยไกล” นายพล จอห์น ไฮเทน รองประธานคณะเสนาธิการร่วมซึ่งเป็นตำแหน่งอาวุโสอันดับสองของสหรัฐที่กำลังจะพ้นตำแหน่งเผยกับ CBS News “มันโคจรไปรอบโลก แล้วปล่อยยานร่อนไฮเปอร์โซนิกที่ร่อนกลับไปยังจีนเพื่อโจมตีเป้าหมาย”

เมื่อถูกถามว่าขีปนาวุธนั้นโจมตีถูกเป้าหรือไม่ ไฮเทนตอบว่า “เฉียดฉิวมาก”

ไฮเทนซึ่งเผยก่อนหน้านี้ว่า การเสริมแสนยานุภาพของกองทัพจีนน่าทึ่งมากยังเตือนว่า สักวันหนึ่งจีนจะมีศักยภาพในการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐแบบไม่ทันตั้งตัว

การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดเกี่ยวกับกรณีไต้หวันรุนแรงขึ้น เนื่องจากจีนต้องการเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเตือนก่อนหน้านี้ว่า จีนพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์เร็วเกินคาดและอาจมีหัวรบนิวเคลียร์ 1,000 หัวรบภายในปลายทศวรรษนี้

ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ขณะนี้สหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ 3,750 หัวรบ ซึ่งจีนเทียบไม่ติด

ฝั่งจีนปฏิเสธว่าไม่ได้ทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก แต่เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา Financial Times รายงานว่า จีนทดสอบยานร่อนไฮเปอร์โซนิกซึ่งอาจหลบเลี่ยงระบบต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐได้

ในขณะที่จีนและรัสเซียกำลังพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกของตัวเอง กระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิกเป็นอันดับแรก โดยการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกของสหรัฐล้มเหลวไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่กระทรวงกลาโหมยืนยันว่ายังคงผลิตอาวุธไฮเปอร์โซนิกได้ทันภายในต้นทศวรรษ 2020

Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP

หมายเหตุ ภาพประกอบเป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกเซอร์คอน (Zircon) ของรัสเซียที่ยิงจากเรือดำน้ำเซเวโรดวินสค์ในทะเลแบเรนต์

ข่าวล่าสุด

ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง