UN เตือนโลกจะร้อนขึ้นอีก 2.7 องศาเพราะก๊าซเรือนกระจก
หากยังไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจทำให้โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 2.7 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เผยแพร่รายงานว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี 2021 ระบุว่า โลกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 2.7 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ โดยประเมินจากพันธสัญญาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน
ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (WMO) ชี้ว่าโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว และกำลังหลงทางในการควบคุมอุณหภูมิของโลก
แม้ว่าหลายประเทศมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถควบคุมอุณหภูมิของโลกได้ ซึ่งสหประชาชาติเตือนว่าหากยังเป็นเช่นนี้โลกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 2.7 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ แต่ก็ลดลงจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3 องศาเซลเซียส
หากต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2% ทั่วโลกจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% และหากต้องการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5% จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 50% โดยรายงานระบุว่าก๊าซเรือนกระจก 80% ของทั่วโลกมาจากกลุ่มประเทศ G20
เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกรายงานระบุว่าภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจทะลุ 1.5 องศาเซลเซียสในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวน รวมถึงการเกิดไฟป่า และน้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ ในปี 2020 ที่ผ่านมาเป็น 1 ใน 3 ปีที่โลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือเมื่อ 170 ปีที่แล้ว ซึ่งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนว่าโลกกำลังอยู่ในช่วง "หายนะของสภาพภูมิอากาศ"
ขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเคยระบุว่าโลกกำลังเข้าใกล้ภัยพิบัติจากสภาพอากาศ โดยภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไฟไหม้ น้ำท่วม พายุไซโคลน และเฮอริเคนกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ
รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ไม่นานก่อนที่การประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP26 จะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน้า
Photo by Hector RETAMAL / AFP


