
สหรัฐและจีน
โลกได้วางให้จีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในยุคใหม่ ในฐานะที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ที่เป็นทั้งกำลังผลิตและกำลังซื้อภายในตัว ประกอบกับจีนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจเต็มกำลังสูบมานานหลายปีติดต่อกันแล้ว
โลกได้วางให้จีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในยุคใหม่ ในฐานะที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ที่เป็นทั้งกำลังผลิตและกำลังซื้อภายในตัว ประกอบกับจีนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจเต็มกำลังสูบมานานหลายปีติดต่อกันแล้ว
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โลกได้วางให้จีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในยุคใหม่ ในฐานะที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ที่เป็นทั้งกำลังผลิตและกำลังซื้อภายในตัว ประกอบกับจีนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจเต็มกำลังสูบมานานหลายปีติดต่อกันแล้ว
แต่ในช่วงปี 2010 ที่ผ่านมานี้ ดูเหมือนว่าจีนยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงเท่าไหร่ เพราะอะไร?
คำตอบไม่ยากครับ คือ จีนยังคงมีปัญหาภายในอยู่มาก และแม้ว่าจีนจะเริ่มมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจต่อโลกมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็เทียบไม่ได้กับอิทธิพลของสหรัฐที่เป็นทั้งตลาดของสินค้าจากทั่วโลก เป็นพลังแห่งการบริโภคของเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง และที่สำคัญ สหรัฐก็ยังเป็นผู้ควบคุมกลไกทางเศรษฐกิจโลกอยู่ในหลายประการ
ปัญหาภายในของจีนนั้นมีมากมายมหาศาลครับ รัฐบาลจีนยอมรับมาตลอดว่า เนื่องจากจีนมีคนจนเยอะ และยิ่งจีนเร่งการพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้จีนเกิดช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยมากเท่านั้น เกิดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทแบบสุดโต่ง สิ่งนี้คือปัญหาใหญ่ที่สุดของจีน
ตลอดปีที่ผ่านมา จีนยังเจอกับปัญหาเงินเฟ้อมาเป็นระยะๆ จากภาวะภัยธรรมชาติที่เล่นงานมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ราคาสินค้าถีบตัวขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็กำลังเจอกับภาวะฟองสบู่อันเป็นผลกระทบมาจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเองก่อนหน้านี้ ที่ทุ่มเงินเข้าไปในภาคการก่อสร้างมากเกินไป
และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งที่ทำให้จีนไม่อาจจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มตัว ก็เพราะว่าจีนยังต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ เจ้าหน้าที่ยืนกรานมาตลอดว่าจีนขับเคลื่อนได้เพราะการส่งออก ส่วนพลังซื้อของคนจีนแม้ว่าจะมีคนมากที่สุดในโลก แต่ก็เป็นพลังซื้อราคาถูก ยังเทียบไม่ได้อย่างในสหรัฐ
หันมาดูที่สหรัฐกันบ้าง สหรัฐยังคงถือเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกอยู่ในด้านเศรษฐกิจ แม้ว่าสหรัฐจะฟุบไปบ้างจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา แต่โลกก็ยังต้องง้อตลาดสหรัฐ และการที่สหรัฐขยับเมื่อไหร่ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในทันที
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ทันทีที่สหรัฐขยับตัวกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางมาตรการทางการเงินในครั้งใด ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกครั้งไป อย่างการประกาศเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กว่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อต้นเดือน พ.ย. ก็ส่งผลกระทบต่อค่าเงินของหลายประเทศทีเดียว ที่ต้องประสบกับค่าเงินแข็งค่าเพราะกระแสทุนที่ไหลออกจากสหรัฐ
สรุปง่ายๆ ก็คือ สหรัฐก็ยังคงเป็นมหาอำนาจสำคัญเบอร์ 1 ของโลกต่อไป การใช้นโยบายใดๆ ของสหรัฐมักจะนำมาซึ่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกในทันที
ส่วนจีน แม้ว่าจะถูกเปรียบเปรยว่าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชาติใหม่ แต่ทว่าจีนเองก็ยังต้องพึ่งพาการส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลัก
พูดง่ายๆ ก็คือ จีนยังยืนด้วยลำแข้งของตนเองแบบที่สหรัฐทำไม่ได้ครับ







