จะเกิดอะไรขึ้นหากผลการเลือกตั้งสหรัฐถูกโต้แย้ง?
รอยเตอร์สวิเคราะห์การเลือกตั้งครั้งนี้อาจมีการโต้แย้งผลการเลือกตั้ง
รอยเตอร์สวิเคราะห์ว่าท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามโต้แย้งผลการเลือกตั้ง และอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ความขัดแย้งทั้งทางกฎหมายและการเมืองจำนวนมากหลังจากนี้ โดยมีวิธีที่สามารถโต้แย้งผลการเลือกตั้งได้หลายวิธี
การฟ้องร้อง
การเลือกตั้งล่วงหน้าทางไปรษณีย์ของพรรคเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกัน และในบางรัฐ เช่น เพนซิลเวเนียและวิสคอนซินจะไม่นับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง
โดยอาจมีการฟ้องร้องในเรื่องการลงคะแนนและขั้นตอนการนับคะแนนในรัฐสมรภูมิซึ่งจะสามารถยื่นต่อศาลสูงสุดของสหรัฐได้ในที่สุด เช่นเดียวกับการเลือกตั้งระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช และอัล กอร์ ในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2000 ที่ศาลสูงที่คำตัดสินให้นับคะแนนใหม่จนบุชพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ และได้ตำแหน่งประธานาธิบดีไปอย่างเหนือความคาดหมาย
โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์แต่งตั้งเอมี่ โคนีย์ บาร์เร็ตต์ เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งส่งผลให้ฝ่ายอนุรักษนิยมครองเสียงข้างมากในศาลเป็น 6 ต่อ 3 เสียง
ซึ่งทรัมป์กล่าวในวันที่มีการเลือกตั้งว่าต้องการให้มีดำเนินการทางกฎหมายอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงต้องดำเนินการต่อศาลสูงสุด และต้องการให้การลงคะแนนทั้งหมดหยุดลง
คณะผู้เลือกตั้ง
พรรคที่ชนะคะแนนนิยมของแต่ละรัฐมักได้รับคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้น โดยในปีนี้จะลงคะแนนเสียงวันที่ 14 ธันวาคม และสภาคองเกรสทั้งสองจะประชุมกันในวันที่ 6 มกราคมเพื่อนับคะแนนและแต่งตั้งประธานาธิบดี
โดยปกติแล้วผู้ว่าการรัฐจะรับรองผลการเลือกตั้งในรัฐของตนและส่งข้อมูลต่อสภาคองเกรส แต่นักวิชาการมองว่าผู้ว่าการรัฐและสภานิติบัญญัติในรัฐที่มีการโต้แย้งกันก็จะส่งผลการเลือกตั้งที่แตกต่างกัน
โดยรัฐสมรภูมิอย่างเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, วิสคอนซิน และนอร์ทแคโรไลนา ล้วนมีผู้ว่าการรัฐและสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่าไม่มีความชัดเจนว่าสภาคองเกรสจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่นับคณะการเลือกตั้งของรัฐนั้นเลย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เคยมีตัวอย่างจากในปี 2000 โดยสภานิติบัญญัติฟลอริดาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันพิจารณาส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนเองก่อนที่ศาลสูงจะยุติการแข่งขันระหว่างบุชและกอร์
ขณะนี้พรรครีพับลิกันดำรงตำแหน่งวุฒิสภา ในขณะที่พรรคเดโมแครตควบคุมสภาผู้แทนราษฎร แต่การนับคะแนนจะดำเนินการโดยรัฐสภาใหม่ซึ่งจะสาบานตนในวันที่ 3 มกราคม
เน็ด โฟลีย์ อาจารย์กฎหมายที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอมองว่าความเป็นไปได้อีกประการหนึงคือการที่ไมค์ เพนซ์ ในบทบาทประธานวุฒิสภาอาจพยายามทิ้งคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ขัดแย้งกันของรัฐทั้งหมดหากทั้งสองสภาไม่เห็นด้วย
ไม่มีใครได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเสียงข้างมาก (CONTINGENT ELECTION)
หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ หรือเกิดกรณีที่ทั้งสองพรรคได้รับคะแนนเสียงเสมอกันเป็น 269 ต่อ 269 เสียง รัฐธรรมนูญระบุว่าสภาผู้แทนราษฎรจะทำการเลือกประธานาธิบดีในขณะที่วุฒิสภาจะเลือกรองประธานาธิบดี
โดยขณะนี้พรรครีพับลิกันมีจำนวนคณะผู้แทนรัฐ 26 คน ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 22 คน จากทั้งหมด 50 คน


