
เฟดแย้มไม่ปิดทางกระตุ้นศก.อีกรอบ
เบอร์แนนคีโต้ตัดสินใจไม่ผิดแนะยุโรปอัดทุนเพิ่มกู้วิกฤต
เบอร์แนนคีโต้ตัดสินใจไม่ผิดแนะยุโรปอัดทุนเพิ่มกู้วิกฤต
จับตาสหรัฐอาจอัดฉีดเงินกู้เศรษฐกิจอีกครั้ง หวั่นกระทบค่าเงินเอเชียยิ่งแข็งค่าหนัก
เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้สัมภาษณ์กับรายการซิกซ์ตี มินิทส์ (60 Minutes) ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ที่ได้ออกอากาศในสหรัฐในวันที่ 6 ธ.ค. โดยปกป้องการตัดสินใจของเฟดในการทุ่มงบ ประมาณถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 17.4 ล้านล้านบาท) ในการซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือนโยบาย QE พร้อมทั้งแย้มว่า ยังอาจขยายมาตรการดังกล่าวต่อไปอีก
“เบอร์แนนคีให้คำอธิบายถึงเจตนาที่เฟดซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยกล่าวแย้งข้อกล่าวหาที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าวจะก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้งยังไม่ปฏิเสธถึงแนวโน้มที่อาจจะมีการซื้อพันธบัตรต่อไปอีก” สถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เปิดเผย
นอกจากประเด็นเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบล่าสุดแล้ว เบอร์แนนคียังกล่าวถึงปัญหาทางเศรษฐกิจที่เร่งด่วนในด้านอื่นๆ เช่น ปัญหาว่างงาน ภาวะงบประมาณขาดดุล ซึ่งล่าสุดที่เบอร์แนนคีปรากฏตัวในรายการซิกซ์ตี มินิทส์ คือ เมื่อเดือน มี.ค. 2552
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เฟดตัดสินใจใช้มาตรการซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเงิน 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.17 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน จนถึงเดือน มิ.ย. 2554 อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเฟดก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ที่โจมตีว่าสหรัฐกำลังอัดฉีดทุนเข้าสู่ระบบ จนส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง ทว่าเงินสกุลอื่นๆ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดิดิเยร์ เรนเดอร์ส รัฐมนตรีคลังเบลเยียม เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร หรือยูโรโซน อาจเพิ่มเงินทุนเพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก จากเดิมที่อยู่ที่ 7.5 แสนล้านยูโร (ราว 36 ล้านล้านบาท) ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกถาวร เพื่อกู้วิกฤตทางการเงินที่จะเริ่มปรับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2556
“กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สนับสนุนกลไกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และพร้อมที่จะสนับสนุนกระบวนการนี้ หากเราทั้งหลายในยุโรปตัดสินใจเช่นนั้น” เรนเดอร์ส กล่าว พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มขนาดของกองทุนในทันที
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเรนเดอร์สยิ่งตอกย้ำถึงความขัดแย้งเกี่ยวกับกองทุนกู้วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่เริ่มบานปลาย หลังจากที่นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี และประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส แสดงความไม่เห็นด้วยการขยายขนาดกองทุน ขณะที่ ฌอง โคลด ตริเชต์ ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แนะให้รัฐบาลต่างๆ พิจารณาแนวทางดังกล่าว







