posttoday

ทราเวล บับเบิล ไม่เวิร์กจนกว่าจะมีวัคซีน

18 มิถุนายน 2563

เรายังไม่ควรประมาท ยังไม่ควรลดการ์ด เพราะเชื้อสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ

เชื้อโคโรนาไวรัสทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (WTO) คาดการณ์ว่าการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีนี้จะลดลงถึง 80% หลายประเทศที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จึงเริ่มมองหาหนทางในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

มาตรการ Travel Bubble จึงถูกพูดถึงอย่างหนาหูในช่วงนี้

Travel Bubble ก็คือ การจับคู่การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว โดยให้พลเมืองของประเทศคู่สัญญาเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันโดยไม่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ 14 วัน เพื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว

ประเทศที่ตกลงจะทำสัญญา Travel Bubble ระหว่างกันเป็นประเทศแรกๆ ก็คือ ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ (Trans-Tasman bubble) เพราะทั้งสองประเทศสั่งปิดพรมแดนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือน มี.ค. และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อยู่หมัดแล้วในขณะนั้น

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าแผนเปิดพรมแดนระหว่างกันจะต้องเลื่อนออกไป เพราะนิวซีแลนด์เองก็กลับมาพบการติดเชื้ออีกระลอก หลังจากไม่มีผู้ป่วยรายใหม่  24 วันติดต่อกัน ส่วนออสเตรเลีย บางรัฐ อาทิ ควีนส์แลนด์ เวสเทิร์นออสเตรเลีย ยืนยันว่าจะยังไม่เปิดพรมแดนไปจนถึงปีหน้า ทำให้ต้องชะลอแผนท่องเที่ยวระหว่างกันไว้ก่อน

แปลว่ามาตรการ Travel Bubble ไม่เวิร์กแล้ว เพราะรัฐบาลท้องถิ่นของออสเตรเลียไม่เอาด้วย ส่วนนิวซีแลนด์ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ เพราะออสเตรเลียยังมีผู้ติดเชื้ออยู่

ประเด็นการระบาดระลอกสองกลายเป็นเรื่องที่น่าจับตาสำหรับประเทศที่กำลังจะใช้มาตรการ Travel Bubble โดยเฉพาะประเทศไทย เพราะประเทศที่เราจะจับคู่ด้วยต่างก็เริ่มมีสัญญาณการระบาดระลอกสอง ไม่ว่าจะเป็นจีนที่พบการระบาดในตลาดซินฟาตี้ในกรุงปักกิ่งจนต้องล็อกดาวน์ห้ามเดินทางเข้าออกในพื้นที่ 11 จุด

ส่วนในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังพบกลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่ต่อเนื่องเป็นหลักสิบ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งๆ ที่ดูเหมือนว่าจะควบคุมได้แล้วก่อนหน้านี้

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่ควรประมาท ยังไม่ควรลดการ์ด เพราะเชื้อสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ การเปิดรับนักท่องเที่ยวแม้จะมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่เชื้อหากมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ

เรื่องนี้มีผลสำรวจความคิดเห็นชาวไทยจากสวนดุสิตโพลล์เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า 75.72% มองว่ายังไม่ควรเปิด Travel Bubble 54.39% บอกว่าคนไทยควรเที่ยวในประเทศกันเองก่อน และ 21.33% กังวลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะทำให้ Covid-19 ระบาดระลอกสอง

คำถามคือ หากไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วธุรกิจการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้อย่างไร

ณ ตอนนี้คนไทยต้องหันมาเที่ยวกันเองในประเทศ อย่างที่ กลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทยแนะนำว่าไทยต้องเริ่มจากการท่องเที่ยวในประเทศก่อน แม้ว่าจะไม่อาจชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่หากมองจากสถานการณ์ในจีนขณะนี้ ไทยควรเพลย์เซฟไว้ก่อน

เพราะหากมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อแม้เพียงคนเดียว นอกจากจะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้คนไทยแล้ว รัฐบาลอาจจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะสูงกว่ารายได้ที่ไทยจะได้จากนักท่องเที่ยวรายนั้นหลายเท่า

รัฐบาลไทยมีงบประมาณเตรียมพร้อมสำหรับกรณีนี้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีแง่มุมที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนรอบคอบ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของผู้ประกอบการที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจาก Travel Bubble เพราะหากเปิดแล้วนักท่องเที่ยวน้อยก็ไม่คุ้มกับต้นทุนในการดำเนินการ

ความกังวลเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวมีรายงานจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่านักท่องเที่ยวยังกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวมีแผนจะเดินทางภายใน 2-3 เดือนหลัง Covid-19 จบ เพียง 45% ลดลงจากเดือน เม.ย. ที่อยู่ที่ 61%

และหากนักท่องเที่ยวนำเชื้อเข้ามาแพร่ในประเทศจนเกิดการระบาดระลอกสอง ไทยจะต้องงัดมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครต้องการแล้ว เพราะทุกคนทั้งประชาชนและภาคธุรกิจต่างก็บอบช้ำจากการล็อกดาวน์ระลอกแรกมาไม่น้อย ถ้าต้องเจ็บตัวซ้ำทั้งที่ยังไม่ทันฟื้นตัวจากครั้งแรก คนที่สายป่านสั้นอาจต้องล้มหายตายจากไป

แล้วทำไมกรีซซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและการควบคุมการแพร่ระบาดใกล้เคียงกับไทยทำได้

กรีซเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (European Health Insurance) ที่ครอบคลุมระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน รวมทั้งในสวิตเซอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร หากนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปด้วยกันเกิดติดเชื้อโคโรนาไวรัสติดในกรีซ รัฐบาลกรีซไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ กรีซยังจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมตรวจหาเชื้อในกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งบังคับใช้มาตรการเพื่อความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ อาทิ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในโรงแรมและรีสอร์ท แต่ละโรงแรมต้องมีแพทย์ประจำ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคหลัง Covid-19 อย่างแท้จริง หมายความว่าเชื้อโคโรนาไวรัสอาจกลับมาระบาดได้ทุกเมื่อ และหากมันเกิดขึ้นความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดที่ผ่านมาล้วนเสียเปล่า  

ขึ้นชื่อว่าฟองอากาศ (Bubble) ย่อมมีความเปราะบาง ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่ไม่ว่าจะควบคุมอย่างเข้มงวดเพียงใดก็ตาม Travel Bubble ก็ยังไม่ควรเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

อนุทิน ยันน้ำมันพอใช้ช่วงสงกรานต์ ชี้ปรับราคาตามกลไกตลาดโลก