
อัพเดท COVID19 ในเมียนมา
วันนี้ข่าวต่างๆในหน้าสื่อ เราอาจจะมีทั้งคนที่วิตกกังวล บางท่านอาจจะเริ่มเอียนหรือเบื่อหน่ายกับข่าวของเจ้าวายร้าย COVID19 กันทุกคน
แต่ต้องพูดว่าแม้จะเบื่อหน่ายแสนเบื่อ เราก็ยังต้องติดตามข้อมูลข่าวสารมันอยู่ดี เพราะนี่เป็นเรื่องของทั้งโลกและโรค ที่เราพลาดไม่ได้ครับ ที่เมียนมาก็เช่นกัน ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเจ้าวายร้ายตัวนี้นัก
แต่ด้วยความห่วงใย อีกทั้งมีเพื่อนๆหลายท่าน ที่มีทั้งญาติมิตรคนสนิทที่ทำมาหากินที่นั่นหรืออาจจะยังไม่ได้ข้ามฝั่งกลับมาที่บ้านเรา ติดอยู่ที่นั่น
ก็มีการสื่อสารมาถามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่นั่นกับผมตลอด จึงขออนุญาตพักเรื่องอื่นใว้ก่อนนะครับ เรามาใช้มุมมองในด้านบวกสไตล์ของผมรับรู้ข่าวสารไปด้วยกันนะครับ
เอาข่าวดีมาบอกก่อนนะครับ วันนี้ที่เมียนมาได้มีประเทศที่ยื่นมือมาช่วยกันเยอะพอควร โดยเฉพาะจีน
ตามที่เคยเล่าให้ฟังมาตลอด ตั้งแต่เริ่มเกิดเรื่องเจ้าวายร้าย COVID19 ออกมาอาละวาดสิ่งที่ทางรัฐบาลจีนให้มา เช่น เวชภัณฑ์ต่างๆ ร่วมทั้งผู้เชี่ยวชาญสิบกว่าท่าน
วันนี้เริ่มทำงานกันอย่างเร่งรีบแล้ว และอาคารโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ก็ได้ประกอบเสร็จไปบางส่วนแล้ว ทางน้องๆที่บริษัทแจ้งมาว่า อาคารได้เห็นมีการเข้าออกของผู้ติดเชื้อและแพทย์พยาบาลบ้างแล้ว
ที่ทราบเพราะว่าอาคารอยู่ใกล้บ้านผม เดินไปไม่ถึงห้านาทีก็เห็นแล้ว จึงทราบความเคลื่อนไหวดี ในส่วนของชาวเมียนมาเอง
นอกจากเจ้าหน้าที่ข้าราชการระดับล่าง รวมทั้งทหารระดับล่างในกองทัพได้ออกมาตบเท้ายอมเสียสละเงินเดือนนายละหนึ่งวันให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขแล้ว ระดับผู้บังคับบัญชาก็ไม่น้อยหน้า
ยังได้ออกมาสละเงินเดือนนายละหนึ่งเดือนร่วมด้วยช่วยกัน ท่านฟังไม่ผิดหรอกครับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอิงนิยาย เพราะผมเอามาจาก Web อิยวะดีนิวส์
แหม.....ประเทศไทยเราน่าจะมีอย่างนี้บ้างนะ เอ้า....หน่วยงานไหนจะเอามาทำก่อนก็รีบทำเลยนะครับ รับรองข่าวนี้จะได้ใจคนทั้งประเทศเลยครับ
ด้านภาคเอกชนเอง ก็มีเจ้าสัวท่านหนึ่ง ท่านเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องมือการแพทย์ ชื่อว่า AA Medical Products Ltd ได้บริจาคเครื่องมือการตรวจเชื้อไวรัส COVID19 ที่สามารถตรวจวัดได้จำนวนคน 1,300 คนในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมูลค่าของเครื่องมือดังกล่าวประมาณ 800 ล้านจ๊าด หรือ ประมาณ 16 ล้านบาท
ผมคิดว่าเงินจำนวนนี้สำหรับคนจนในเมียนมา ต้องพูดว่ามหาศาลที่เดียว แต่สำหรับเจ้าสัวไม่ว่าประเทศไหนๆ ใกล้ๆบ้านเขา น่าจะน้อยนิดมาก
เอ้า....แสดงน้ำใจกันหน่อยครับท่านทั้งหลาย
จะเห็นว่าประเทศเขาจะทำกันเลย ไม่ต้องให้ใครร้องขอครับ และเขาก็ไม่ต้องไปลำเลิกบุญคุณกันย้อนหลังกันครับ
ด้านการป้องกันการติดเชื้อ ท่านอ่อง ซาน ซูจีก็ทำงานกันหนักมาก ไม่แพ้ท่านนายกเราแน่นอนครับ เพราะเห็นเดินสายประชุมหน่วยงานโน่น นี่ นั่น ตลอด
ผมก็ได้แต่ตามอ่านข่าวที่ทางอาคารเมียนมาไทยเทรดเซ็นเตอร์ ส่งมาให้อ่านทุกวัน ที่สำคัญ คือ ทางเขาเองได้ประกาศปิดเมือง (เคอร์ฟิวส์) กันยาวมาก คือ ตั้งแต่วันที่ 9ถึงวันที่ 19 เมษายน เรียกว่าสงกรานต์ไม่ต้องมีกันครับ
แต่มาเมื่อเช้านี้ (วันที่ 16 เมษายน) ผมเช็คข่าวอีกรอบ เห็นว่าจะปิดยาวถึงสิ้นเดือนเลยครับและสายการบินทุกสาย ทั้งสายต่างประเทศ ในประเทศปิดหมด คนจะเข้าจะออกไม่ต้องให้เดินทางเลย
กระนั้นก็ตามจำนวนคนติดเชื้อสะสมก็เพิ่มขึ้นอีกมาก วันนี้ มีมากถึง 85 คนแล้ว เสียชีวิตยังเท่าเดิมคือ 4 ราย นี่คือจำนวนที่ทางการประกาศนะครับ
ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ท่านครับ ในจำนวนเมืองใหญ่ๆในเมียนมา เมืองที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ เมืองมัณฑะเลย์ ครับ
ชาวเมียนมาได้ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่มัณฑะเลย์คุมเข้มมาก ทำให้ ณ ขณะนี้เจ้าวายร้าย COVID19 เข้ามาตีเมืองขึ้นไม่ค่อยได้ แต่เขาก็ยังไม่ได้วางใจนะครับ เห็นข่าวออกมาว่ายังมีประชาชนกลุ่มน้อยๆ ยังไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัย จนเป็นที่เอือมระอาของเจ้าหน้าที่
และเขากำลังพิจารณาเอาระบบอินเดีย มาเลเชีย มาใช้ คือ “ระบบไม้เรียว” ใครไม่ใส่หน้ากากอนามัย ก็ตีด้วยไม้เรียวไปเลย คงสนุกน่าดูครับ
แต่ผมคงไม่เอาคนหนึ่งละ เพราะตูดผมอ่อนไหว ยังไม่ว่างรับไม้เรียว ในขณะที่ผู้ถูกเฝ้าระวังการติดเชื้อในวันนี้ ทางสาธารณสุขเมียนมา
เขาเข้มงวดกว่าของไทยเราอีกครับ ที่บ้านเราผู้ถูกเฝ้าระวัง จะต้องถูกกักกันตัว 14 วันแต่ที่นี่เขาจะต้องถูกกักกันตัว 21 วัน และเมื่อปล่อยตัวกลับบ้าน จะต้องถูกกักกันตัวที่บ้านอีก 7 วัน รวมเบ็ดเสร็จ 28 วัน
ดังนั้นคนไทยที่ถูกกักกันตัวก็อย่าได้บ่น หรือหงุดหงิดเลยครับ เพราะที่บ้านเรานี่การถูกกักกันตัวนี่ บางท่านยังได้นอนโรงแรม ทานอาหารโรงแรม
ที่ประเทศเมียนมาท่านต้องนอนโรงทาน ตามมีตามเกิดนะครับ ถ้าหากท่านหงุดหงิดมากๆ เดี๋ยวถูกส่งไปที่เมียนมาซะเลยนี่.......







