ชาวเวียดนามรุมประณาม 2 สาวไฮโซตระเวนแฟชั่นโชว์แพร่โควิด
ทั้งสองสาวทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเวียดนามเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า
หลังจากเวียดนามไม่มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มเติมจาก 16 รายก่อนหน้านี้มาถึง 22 วัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 มี.ค.) ก็เกิดผู้ติดเชื้อรายที่ 17 ในกรุงฮานอย และหลังจากนั้นตัวเลขก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิน 2 เท่ามาเป็น 35 ราย (ณ วันที่ 11 มี.ค.)
ผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อในกรุงฮานอยและกลายเป็น super spreader คือ เหงียนหง่า หญิงสาววัย 27 ปี และเหงียนห่องญุงน้องสาววัย 26 ปี ลูกสาวเจ้าพ่อเหล็กกล้าของเวียดนามที่มักจะใช้ชีวิตหรูหราและได้ไปร่วมงานอีเว้นต์ดังระดับโลกบ่อยๆ
พวกเธอได้ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ของ Gucci ที่เมืองมิลานของอิตาลีในวันที่ 19 ก.พ. ต่อด้วย Saint Laurent ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสในวันที่ 25 ก.พ.
เหงียนหง่าใช้บริการชั้นธุรกิจของสายการบิน Vietnam Airlines จากกรุงลอนดอนของอังกฤษกลับมายังเวียดนามในวันที่ 2 มี.ค. และตรวจพบว่าเธอติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ไม่กี่วันหลังกลับจากงานแฟชั่นโชว์ที่ยุโรป
ข่าวการติดเชื้อของเธอทำเอาแขกที่ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ร้อนๆ หนาวๆ เพราะการนั่งชมแฟชั่นโชว์นั้นจะต้องนั่งใกล้ๆ กันซึ่งเอื้อต่อการแพร่เชื้อ สำนักข่าว South China Morning Post ระบุว่างานแฟชั่นของแบรนด์ Saint Laurent จะจำกัดผู้เข้าร่วมอยู่ที่ราว 1,000 คน
บรรดาบรรณาธิการแฟชั่นชื่อดังและลูกค้าของแบรนด์ที่ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์งานเดียวกับหง่าเหงียนทั้งที่กรุงปารีสและมิลานต่างพากันกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการหลังเดินทางกลับบ้านเกิด โดยบรรณาธิการแฟชั่นจากสิงคโปร์และไทยยืนยันว่าต้นสังกัดมีคำสั่งไม่ให้กลับเข้าออฟฟิศชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
ขณะที่ผู้โดยสารที่นั่งเครื่องลำเดียวกับเหงียนหง่าอีก 10 รายติดเชื้อเช่นกัน (เป็นชาวเวียดนาม 1 ราย อังกฤษ 7 ราย เม็กซิกัน 1 ราย ไอร์แลนด์ 1 ราย) ส่วน รมต.กระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนามที่นั่งห่างจากเธอตรวจไม่พบเชื้อและอยู่ระหว่างกักตัวที่บ้าน
การแพร่เชื้อของสองสาวยังไม่หยุดเท่านี้ คนขับรถส่วนตัวและป้าของเหงียนห่องญุง รวมทั้งหญิงสาวชาวเวียดนามวัย 24 ปีที่พบกับเธอในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ก็ได้รับเชื้อจากเธอด้วย โดยหญิงสาวรายนี้ถูกกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามในเมืองโฮจิมินห์ซิตี
หลังพบการติดเชื้อ ทางการเวียดนามสั่งปิดพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านของสองสาวในกรุงฮานอย ซึ่งมีอยู่ 22 ครอบครัว สมาชิกทั้งหมด 176 ราย นอกจากนี้ ยังระบุตัวผู้โดยสาร 156 คนจาก 201 คนที่โดยสารเครื่องบินลำเดียวกันและสถานที่ที่คนกลุ่มนี้เดินทางไปทั้งหมด และอยู่ระหว่างติดตามผู้โดยสารที่เหลือ
ข่าวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้ชาวเวียดนาม ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตพากันสร้างกลุ่มเฟซบุ๊คขึ้นมา บางกลุ่มมีสมาชิกถึง 10,400 คน เพื่อโจมตีสองพี่น้องโดยกล่าวหาว่าพวกเธอเป็นลูกคุณหนูที่ถูกตามใจจนเสียคน ไร้ความรับผิดชอบ ทั้งยังเรียกร้องให้ทางการลงโทษปรับและจำคุกทั้งคู่
ส่วนสองพี่น้องลบอินสตาแกรมที่เคยโพสต์ภาพโชว์ไลฟ์สไตล์หรูหราแล้ว


