อิตาลีกักกันโรคทั้งประเทศอย่างไร?
มาตรการสั่งกักกันพลเมืองทั้ง 60 ล้านคนของอิตาลีเข้มงวดแค่ไหน ครอบคลุมด้านใดบ้าง
อิตาลีถือเป็นชาติแรกของโลกที่ใช้มาตรการกักกันโรคต่อพลเมืองทั้งประเทศ กระทบต่อประชาชนถึง 60 ล้านคน ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีขึ้นตามมาสองวันหลังรัฐบาลโรมใช้มาตรการกักกันในพื้นที่ภาคเหนือคือลอมบาร์เดีย อันเป็นที่ตั้งของนครมิลาน และแคว้นเวนีโต อันเป็นที่ตั้งของเมืองเวนีส
ตามคำแถลงของจูเซปเป้ คอนติ ระบุว่า ให้ประชาชนอยู่กับบ้าน หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่สาธารณะ อนุญาตให้คนเดินทางเพื่อไปทำงาน เหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ หรือสถานการณ์จำเป็นอื่นๆ แต่ต้องได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น ทั้งจะใช้วิธิการเดียวกันนี้กับชาวอิตาลีและชาวต่างชาติที่จะออกนอกประเทศ และชาวต่างชาติยังคงมาอิตาลีได้
มาตรการกักกันพลเมืองทั้งประเทศ ครอบคลุมแค่ไหน
- ขนส่งสาธารณะ
นายกอิตาลีกล่าวว่า ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการตามปกติ ทั้งรถไฟระหว่างเมืองสำคัญและสนามบินยังคงเปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ แต่ผู้ที่จะเดินทางกลับหรือเข้ามายังอิตาลีต้องมีเอกสารแสดงการปลอดเชื้อ
ภาคเหนือจะเข้มงวดกว่าพื้นที่อื่นๆของประเทศ ตามสถานีรถไฟจะมีจุดตรวจของตำรวจอย่างเข้มงวด โดยผู้เดินทางต้องแสดงเอกสารที่ยืนยันการปลอดโรค และต้องลงชื่อแจ้งเหตุผลในการเดินทางเช่น ต้องการกลับบ้าน หรือ มีเรื่องด่วนจำเป็นอื่นๆ
- รถยนต์
บนถนนสายหลักตำรวจตรวจสอบว่าผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อจำกัดการเคลื่อนไหวหรือไม่ รวมถึงจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ
- ท่าเรือ
ท่าเรือบางแห่งของอิตาลีได้ออกคำสั่งห้ามเรือสำราญเทียบท่าแล้ว อาทิท่าเรือในนครเวนีส ได้มีคำสั่งห้ามเรือสำราญเข้าเทียบท่า
- ร้านอาหาร
บาร์และร้านอาหารจะได้รับอนุญาตให้บริการระหว่าง 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น รวมถึงต้องให้ลูกค้านั่งในระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร หากพบร้านค้าใดฝ่าฝืนไม่ทำตามมาตรการได้จะถูกสั่งปิด
- ร้านค้า
ร้านค้ายังคงให้เปิดทำการได้ แต่ต้องมีมาตรการให้ลูกค้าอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ส่วนร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเปิดทำการปกติ อย่างไรก็ดี หลังมีคำสั่งปิดแคว้นทางภาคเหนือ ประชาชนได้แห่ไปกักตุนสินค้ายังร้านค้าปลีกหลายแห่ง การแข่งขันกีฬาง
การแข่งขันกีฬาทุกนัดจะถูกยกเลิกจนถึงวันที่ 3 เมษายนเป็นอย่างน้อย ซึ่งรวมถึงการแข่งขันฟุตบอลเซเรียอาด้วย
- สถานศึกษา
โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะปิดไปจนถึงวันที่ 3 เมษายนเป็นอย่างน้อย ก่อนหน้านี้ในคำสั่งปิดพื้นที่ภาคเหนือ หลายโรงเรียนได้ปิดทำการสอนไปก่อนหน้านั้นแล้ว โดยมีกำหนดเปิดวันที่ 16 มีนาคม แค่ค่อนข้างแน่ชัดว่าจะขยายเวลาการปิดการเรียนการสอนต่อไป
- การรวมตัวของผู้คน
วัฒนธรรมของพลเมืองในแถบยุโรปใต้ ผู้คนมักนิยมจับกลุ่มรวมตัวพูดคุยกัน แต่ด้วยมาตรการกักกันของรัฐบาล การรวมตัวจะถูกแบน ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมทางศาสนาด้วย
นายกอิตาลีได้ร้องขอให้คนหนุ่มสาว หลีกเลี่ยงการรวมตัวตามผับและบาร์ อีกทั้งงานวิวาห์จะต้องถูกเลื่อนไปจนถึงวันที่ 3 เมษายนเป็นอย่างน้อย
- การท่องเที่ยว
อิตาลีเป็นประเทศแห่งประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว เมืองบางเมืองเท่ากับพิพิธภัณฑ์ ด้วยมาตรการกักกัน พิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณสถานทั่วประเทศจะถูกปิด สกีรีสอร์ตทางภาคเหนือหลายแห่งปิดทำการ โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศถูกปิด
- เรือนจำ
เรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศยกระดับความเข้มงวด ญาติห้ามเข้าเยี่ยมเป็นการชั่วคราว บางเรือนจำพบการก่อจลาจลขนาดย่อมๆ ทางการสั่งปล่อยตัวนักโทษชั้นดีเพื่อลดความแออัด
หลากหลายมาตรการที่รัฐบาลโรมกล้าประกาศใช้เพื่อหวังสกัดการแพร่ระบาดของไวรัส แม้จะคลอบคลุมและเข้มงวดแค่ไหน แต่หากสาธารณสุขอิตาลีไม่ได้ทำงานเชิงรุก ชนิดเคาะประตูบ้านตรวจโรคเหมือนกับที่รัฐบาลจีนทำ ก็คงยากจะตอบได้ว่าอิตาลีจะผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้เมื่อใด


