พิษไวรัส สิงคโปร์ลดคาดการณ์เศรษฐกิจต่ำสุดน้อยกว่า0.5%
นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงแห่งสิงคโปร์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรงยิ่งกว่าในช่วงการระบาดของโรคซาร์สในปี 2546
สิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้ และวางแผนที่จะใช้้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้เพื่อรับมือกับผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่อการท่องเที่ยวและการค้า
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในปีนี้ อยู่ที่ระหว่างน้อยกว่า 0.5% ถึง 1.5% เมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้านี้ที่ระหว่าง 0.5% ถึง 2.5% แต่แนวโน้มก็ยังไม่ชัดเจน
“เนื่องจากสถานการณ์ของ COVID-19 ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับระยะเวลาและความรุนแรงของการระบาดและผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์” แกเบรียล หลิม ปลัดกระทรวงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในสิงคโปร์
การแพร่กระจายของไวรัสเป็นเหมือนผีซ้ำด้ำพลอย เพราะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเริ่มที่จะแสดงสัญญาณการฟื้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และความเชื่อมั่นในภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นก็ยังไม่แน่นอนนักซ้ำยังมาเผชิญกับภัยการระบาดอีกด้านหนึ่ง
นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงแห่งสิงคโปร์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรงยิ่งกว่าในช่วงการระบาดของโรคซาร์สในปี 2546
สิงคโปร์ซึ่งมีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่า 70 ราย สูญเสียนักท่องเที่ยวมากถึง 20,000 คนต่อวันเพราะมาตรการสกัดกั้นการท่องเที่ยว DBS Group Holdings Ltd. ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของปีนี้ลงเหลือ 0.9% จาก 1.4% ก่อนหน้านี้
นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg กล่าวว่า แแม้ว่าสิงคโปร์จะมีปัญหาจากการะบาด ถึงกระนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี และยังคงคาดการณ์การว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์จะเติบโต 1.0% ในปีนี้
รัฐบาลกำลังเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับการถูกโจมตีจากไวรัส ในการสำรวจโดย Bloomberg นักเศรษฐศาสตร์ต่างๆ คาดการณ์ว่ารัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์ เฮ้งสุ้ยเกียต อาจจะผลักดันการใช้งบประมาณขาดดุลที่มากที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ เพื่ออัดฉีดงบประมาณกอบกู้สถานการณ์
“แรงสนับสนุนทางการคลังครั้งใหญ่จะช่วยรองรับเศรษฐกิจและจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันออกไป” ไอรีน จาง นักยุทธศาสตร์อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของ Australia & New Zealand Banking Group กล่าว “แต่จะเพียงพอหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพัฒนาการของโรคระบาด”


