
สหรัฐทำแท้ง
วันนี้ขอนอกเรื่องเศรษฐกิจเสียหน่อยครับ ข่าวการพบซากศพทารกกว่า 2,000 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ในกรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นข่าวดังในบ้านเราแล้วก็ยังกระฉ่อนไปทั่วโลก
วันนี้ขอนอกเรื่องเศรษฐกิจเสียหน่อยครับ ข่าวการพบซากศพทารกกว่า 2,000 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ในกรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นข่าวดังในบ้านเราแล้วก็ยังกระฉ่อนไปทั่วโลก
โดย...ธนพล ไชยภาษี
วันนี้ขอนอกเรื่องเศรษฐกิจเสียหน่อยครับ ข่าวการพบซากศพทารกกว่า 2,000 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ในกรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นข่าวดังในบ้านเราแล้วก็ยังกระฉ่อนไปทั่วโลก
บอกตรงๆ ครับ เมื่อแรกได้ยินข่าวนี้ ตั้งแต่พบครั้งแรกกว่า 300 ศพ นั้น ได้แต่ถามกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย
หรือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงพัฒนาการตามปกติของสังคมที่เดินหน้าสู่ความนิยมในวัตถุมากยิ่งขึ้น และเป็นธรรมดาที่จริยธรรมของคนจะเสื่อมลง
ปัญหาเรื่องการทำแท้ง ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นเรื่องที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกเจอมาแล้วทั้งนั้น
ตัวอย่างคนที่พูดถึงกันก็คือ ที่สหรัฐ ที่การทำแท้งในหลายรัฐยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย สหรัฐถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสุดกู่ สังคมเปิดกว้างต่อเสรีภาพอย่างเต็มที่ แต่การทำแท้งในสหรัฐนั้นก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ทั่วไป และใช่ว่าจะทั่วทั้งประเทศสหรัฐที่เปิดให้มีการทำแท้งเสรีได้
ในจำนวน 52 รัฐทั้งหมด มีอยู่แค่ 5 รัฐเท่านั้นครับ ที่เปิดให้ทำแท้งได้เสรีหากมีการร้องขอขึ้น
มี 12 รัฐที่อนุญาตให้ทำแท้งได้หากการตั้งครรภ์นั้นเป็นอันตรายต่อแม่ หรือเป็นการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการถูกข่มขืน เกิดจากมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนในสายเลือด หรือการตั้งครรภ์นั้นจะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์
มีอยู่ 2 รัฐที่อนุญาตให้ทำแท้งได้หากการตั้งครรภ์นั้นเป็นอันตรายต่อแม่ และ 1 รัฐให้ทำแท้งได้ในกรณีที่เป็นการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการถูกข่มขืนเท่านั้น
ส่วนที่เหลืออีกมากกว่า 25 รัฐ นั้นไม่อนุญาตให้ทำแท้งครับ
เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนครับ ว่าแม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาไปมากที่สุดในโลกก็ว่าได้อย่างสหรัฐนั้น การทำแท้งก็ยังเป็นเรื่องที่ “ไม่เสรี”
ส่วนประเทศไทย ยังพัฒนาแบบกระท่อนกระแท่น ซ้ำร้ายจริยธรรมของคนรุ่นใหม่ยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ การทำแท้งเสรีจึงไม่ใช่ทางออกอย่างแน่นอน
ปัญหาการทำแท้ง กับปัญหาการระบาดของเชื้อเอชไอวี นั้นมีส่วนสัมพันธ์ และมีความคล้ายคลึงอยู่มากทีเดียว ที่การป้องกันนั้นทำได้หลายรูปแบบ
ในโลกเคยมีการถกเถียงว่าวิธีใดที่ถือว่าเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเอดส์ได้มากกว่ากันระหว่างอย่างแรก คือ การใช้ถุงยางอนามัย และการซื่อสัตย์ต่อคู่รัก ไม่สำส่อน
เป็นปัญหาถกเถียงกันมานาน ฝ่ายหนึ่งก็ต้องบอกว่าไม่สำส่อนดีที่สุด อีกฝ่ายก็บอกว่า ให้ฝืนธรรมชาติทางเพศนั้นยาก ให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกันนั้นดีที่สุดแล้ว
แต่สำหรับปัญหาการท้องก่อนวัย และการทำแท้งนั้น ผมเชื่อว่า ควรจะสอนลูกหลานทั้งสองอย่างครับ
เน้นกันไปเลยว่า อย่าสำส่อน และต้องใช้ถุงยาง..!







