เศรษฐกิจโลกอ่อนแรง IMF ลดตัวเลขโตปีนี้และปีหน้า
ปัจจัยลบที่จะต้องจับตา คือ การชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของอินเดียกำลังสร้างแรงกดดันให้เกิดขึ้นทั่วโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศลดอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกระหว่างปี 2563 - 2564 ลง แต่อย่างน้อยก็เห็นแนวโน้มดีขึ้น
แนวโน้มที่ดีขึ้นมาจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ทำให้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจลดลง และเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่จุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งหมายถึงการดีดกลับไปสู่ภาวะที่ดีขึ้น
กระนั้นก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่จะต้องจับตา คือ การชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของอินเดียกำลังสร้างแรงกดดันให้เกิดขึ้นทั่วโลก และ IMF ยังเตือนว่าชะตากรรมของเศรษฐกิจโลก ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐและจีนจะสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้มากแค่ไหน
ในการอัปเดตล่าสุดของรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทั่วโลกในปี 2563 เป็น 3.3% ซึ่งต่ำกว่าที่รายงานก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนตุลาคม 0.1%
นอกจากนี้ยังลดการคาดการณ์ปี 2564 ลง 0.2% เหลือ 3.4% สาเหตุสำคัญของการปรับลดลงเนื่องจากการชะลอตัวลงของอินเดีย
คริสตาลินา จอร์จีฟวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการหัวหน้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ ชี้ว่าอินเดียต้องเผชิญกับปัญหาการบริโภคและการลงทุนที่ลดลง การขาดดุลงบประมาณ และความล่าช้าในการปฏิรูปโครงสร้าง
"หลังจากการชะลอตัวพร้อมกันทั้งหมดทั่วโลกในปี 2562 เราคาดว่าในปีนี้เศรษกิจจะกลับมาฟื้นตัวมุ่งสู่การเติบโตทั่วโลก และปีหน้าจะเป็นไปในระดับปานกลาง" จอร์จีฟวา กล่าวในการแถลงข่าววันก่อนการประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 50 ที่เมืองดาวอส
จอร์จีฟวา เตือนว่ามีสัญญาณเริ่มต้นของเสถียรภาพแล้ว แต่โลกของเรายังไม่ถึงจุดเปลี่ยน
IMF กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกคือจีนกับสหรัฐยังคงเป็นปัญหา เนื่องจากข้อพิพาทที่ไม่ได้รับการแก้ไข
"ความเสี่ยงจากการเติบโตของที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานทั่วโลกยังคงเป็นรูปธรรม แม้จะมีสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีแรงส่งช่วยให้เกิดเสถียรภาพ" IMF เตือน และชี้ว่า หากมีการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในขั้นตอนนี้ จะทำให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลงไปอีก
ทั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมาอินเดียเป็นกลไกสำคัญของการขยายตัวทั่วโลกควบคู่ไปกับจีน และล่าสุด IMF ลดการคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีในอินเดียอีกครั้งโดยเฉือนไป 1.2% ในปีนี้และปรับลดลง 0.9% ในปีหน้า มาอยู่ที่ 5.8% และ 6.5% ตามลำดับ
แม้ว่าตัวเลขจีดีพีจะค่อนข้างดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะลดความยากจนในอินเดีย และอุปสงค์ในประเทศอินเดียยังลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในภาคการเงิน


