
ไอร์แลนด์วิกฤตขอเงินช่วย
คาดรับก้อนโตหลายหมื่นล.ยูโรภาคการเงินสาหัสหนี้เรื้อรัง
คาดรับก้อนโตหลายหมื่นล.ยูโรภาคการเงินสาหัสหนี้เรื้อรัง
ไอร์แลนด์ แบะท่ารับเงินช่วยเหลืออียู/ไอเอ็มเอฟ ก้อนมหึมาแก้วิกฤตภาคการเงินปัญหาหนี้
แพททริก โฮโนฮาน ผู้ว่าการธนาคารกลางไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ไอร์แลนด์อดีตเจ้าของฉายา “เสือเศรษฐกิจแห่งเซลติก” อาจจะต้องรับเงินกู้จากสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หลายหมื่นล้านยูโร เพื่อสร้างเสถียรภาพในภาคการเงินและเศรษฐกิจของประเทศครั้งสำคัญ
สำหรับท่าทีของผู้ว่าการธนาคารกลางไอร์แลนด์ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์ภาคการเงินของไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 18 พ.ย. หลังจากที่ภาคการเงินของไอร์แลนด์ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอย่างรุนแรงจนรัฐบาลต้องเข้าไปควบคุมธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ 3 แห่ง และส่งผลให้รัฐบาลเองต้องประสบกับภาวะขาดดุลงบประมาณสูงถึง 32% ทีเดียว
โฮโนฮาน ย้ำว่าเงินกู้ก้อนนี้จะมีปริมาณมหาศาลเพื่อชดเชยกับกระแสเงินที่ไหลออกจากภาคการเงินของไอร์แลนด์ หลังจากที่ธนาคารรายใหญ่ของไอร์แลนด์หลายแห่งต้องประสบกับการไหลออกของเงินทุน และบัญชีเงินฝากอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ด้านตลาดหุ้นในยุโรปรวมทั้งค่าเงินยูโรได้ตอบสนองต่อท่าทีจากไอร์แลนด์ครั้งนี้ด้วยการปรับขึ้นทันทีหลังจากที่ร่วงติดต่อกันมานานถึง 10 วัน อันเป็นผลจากความวิตกกังวลที่ว่าวิกฤตในไอร์แลนด์จะซ้ำร้อยวิกฤตหนี้ของกรีซที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาหนี้ และปัญหาการขาดดุลงบประมาณจนต้องรับความช่วยเหลือจากยุโรปไปแล้ว
ด้านแหล่งข่าวจากในอียู เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ไอร์แลนด์อาจจะต้องการเงินช่วยเหลือจำนวน 4.59 หมื่นล้านยูโร ซึ่งปริมาณจะขึ้นอยู่กับว่าไอร์แลนด์ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะในภาคการเงินเท่านั้น หรือรวมเข้ากับเงินช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ทางด้านฝรั่งเศสหนึ่งในมหาอำนาจของอียูระบุว่า ไอร์แลนด์อาจจะต้องเจอกับมาตรการเข้มจากอียูเพื่อแลกกับความช่วยเหลือในครั้งนั้น เช่น อาจจะต้องปรับขึ้นภาษีบริษัท ซึ่งปัจจุบันไอร์แลนด์เก็บอยู่ในอัตราที่ต่ำมากที่ 12.5% เท่านั้น
ด้านคริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวว่า อัตราภาษีธุรกิจของไอร์แลนด์นั้นต่ำมากผิดปกติ เมื่อเทียบกับพื้นฐานของประเทศยุโรปอื่นๆ ส่วนภาษีรายได้นั้นอยู่ในระดับเฉลี่ยของยุโรปอยู่แล้ว







