posttoday

บทวิเคราะห์ สหรัฐใช้ประชาธิปไตยเป็นไม้ตายเล่นงานประเทศหัวดื้อ

16 ตุลาคม 2562

ไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยไม่ดี แต่มันกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีประเทศต่างๆ อย่างมีวาระซ่อนเร้น โดยกรกิจ ดิษฐาน

ไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยไม่ดี แต่มันกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีประเทศต่างๆ อย่างมีวาระซ่อนเร้น โดยกรกิจ ดิษฐาน

หลังจากถูกเตะถ่วงมาระยะหนึ่ง ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ก็ผ่านความเห็นชอบ พ.ร.บ. สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง (Hong Kong Human Rights and Democracy Act of 2019) ในที่สุด เพื่อที่จะสั่งการให้กระทรวงต่างๆ ในรัฐบาลสหรัฐ "ประเมิน" สถานการณ์ของฮ่องกงว่าสมควรได้รับการปฏิบัติโดยสหรัฐอย่างเป็นพิเศษหรือไม่ พูดง่ายๆ ก็คือสภาพไฟเขียวให้รัฐบาลสหรัฐ ใช้มาตรการอะไรก็ได้เพื่อช่วยฝ่ายต่อต้านจีนในฮ่องกง

พ.ร.บ. ประชาธิปไตย (Democracy Act) หรือพ.ร.บ. สิทธิมนุษยชน (Human Rights Act) หรือชื่ออื่นๆ เป็นกฎหมายที่ประกาศความเป็นตำรวจโลกและผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยของสหรัฐ เพราะใช้ข้ออ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น

หากมองด้วยสายตาคนรักประชาธิปไตย กระบวนการออกกฎหมายประเภทอาจถือว่าชอบธรรม เพราะเกิดขึ้นจากความกังวลเรื่องการกดขี่ประชาชนในประเทศเป้าหมาย จากนั้นสภาคองเกรสจะเสนอร่างให้พิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะเปิดทางให้รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้ประเทศเป้าหมาย เพื่อให้เลิกทำตัวเป็นเผด็จการ หาไม่แล้วสหรัฐจะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อบุคคลและองค์กร จะห้ามผู้นำและข้าราชการเข้าประเทศ

บางกรณี สหรัฐจะผ่านกฎหมายสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนั้นๆ กันแบบโต้งๆ เช่น พ.ร.บ. เสรีภาพและการสนับสนุนอิหร่าน (Iran Freedom and Support Act) เมื่อปี 2006 ให้สภาคองเกรสผันงบประมาณให้ประธานาธิบดีสหรัฐ 10 ล้านเหรียญ เพื่อนำไปสนับสนุนกลุ่มประชาธิปไตยที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

การเสนอกฎหมายก็ง่ายมาก เราสามารถจ้างล็อบบี้ยิสต์ทำการเคลื่อนไหวกับนักการเมืองสหรัฐ เพื่อผลักดันให้เสนอร่างกฎหมายลักษณะนี้ เช่น พรรคฝ่ายค้านของประเทศ A สามารถจ้างล็อบบี้ยิสต์ในวอชิงตันให้ดัน พ.ร.บ. ประชาธิปไตยเล่นงานรัฐบาลประเทศตัวเอง ในข้อหาเป็นเผด็จการหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน

บทบาทของล็อบบี้ยิสต์ในนโยบายการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้มีพลังเท่ากับประเด็นในประเทศ ยกเว้นว่ามีเรือ่งผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเราจะเห็นว่า พ.ร.บ. หนุนฮ่องกงออกมาในช่วงสงครามการค้า และทรัมป์เองเคยกล่าวว่า การปฏิบัติต่อจีนกับผู้ประท้วงในฮ่องกง มีผลต่อการเจรจาการค้า

ที่วอชิงตันมีบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ชื่อ Hong Kong Democracy Council ซึ่งแกนนำประชาชาธิปไตย เช่นโจชัว หว่อง ไปร่วมงานเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2019 กลุ่มนี้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงโดยเฉพาะ

อีกตัวอย่างหนึ่งของอิทธิพลของการล็อบบี้ต่อนโยบายต่างประเทศ คือบริษัทต่างๆ จ่ายเงิน 2,600 ล้านดอลลาร์ตลอดเวลา 8 ปีที่มีการเจรจาข้อตกลงนี้ เพื่อให้ล็อบบี้ยิสต์หาทางการกำหนดเนื้อหาของข้อตกลงการค้า TPP และทำให้สมาชิกคองเกรสกับชาวอเมริกันยอมรับมันให้ได้ (อ้างจาก Corporate Lobbying in Foreign Policy โดย Amy Skonieczny)

การล็อบบี้ถูกตำหนิว่าเป็การติดสินบนโดยถูกกฎหมาย แต่ก็มีผู้แก้ต่างว่ามันคือการรักษาสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ระบุไว้ในมาตราแก้ไขที่ 1 ที่ระบุถึง "สิทธิในการร้องเรียนรัฐบาลให้ตอบรับกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม"

หากใช้นิยมนี้ บรรดาล็อบบี้ยิสต์ สมาชิกคองเกรส และรัฐบาลสหรัฐ ก็สามารถอ้างได้ว่าคือผู้ที่ช่วยแก้ไขความไม่เป็นธรรม เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ

ด้วยความที่มันเสนอได้ง่ายโดยใช้แค่ล็อบบี้ยิสต์ ร่าง พ.ร.บ. ในทำนองนี้จึงรอการพิจาณาอยู่เต็มสภาไปหมด แม้แต่ฉบับฮ่องกงก็รอพิจารณานานหลายปี กว่าจะผ่านเอาก็เมื่อสถานการณ์ในฮ่องกงสุกงอม คือผู้ประท้วงถือธงชาติสหรัฐขอให้ทรัมป์มาช่วยปลดปล่อย และเกิดสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐพอดี

สาเหตุหนึ่งที่ พ.ร.บ. พวกนี้ไม่ได้ผ่านสภาเสียที เพราะมันถูกผลักดันโดยกลุ่มผลประโยชน์นอกรัฐบาล ตราบใดที่ผลประโยชน์ยังขัดกับรัฐบาลเสียงส่วนใหญ่ในสภา มันจะค้างอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น แม้ว่ามันจะมีชื่อสวยหรูว่า "ประชาธิปไตย" "สิทธิมนุษยชน" และ "เสรีภาพ" แต่เบื้่องหลังของมันไม่ได้ขาวสะอาดขนาดนั้น

นี่เองที่ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะมองสหรัฐว่าเป็นประเทศที่ใช้ประชาธิปไตยรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ประเทศที่ธำรงประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์ใจ

หลังจากที่สภาล่างของคองเกรสผ่าน พ.ร.บ. ฮ่องกงแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า "ฮ่องกงเป็นของแผ่นดินใหญ่ และเรื่องในฮ่องกงก็เป็นเรื่องภายในของจีนแท้ๆ ไม่มีทางที่ต่างชาติจะมาแทรกแซงได้" ที่ต้องแถลงเช่นนี้ เพราะใน พ.ร.บ. ระบุว่า แม้ฮ่องกงจะเป็นส่วนหนึ่งของจีนแต่มีระบบกฎหมายและเศรษฐกิจที่ต่างกัน

การแถลงของจีนจึงเป็นการตอกย้ำว่า ต่อให้ระบบกฎหมายต่างกัน แต่ฮ่องกงก็ยังเป็นจีนอยู่วันยังค่ำ

ป.ล. นอกจาก พ.ร.บ. ชนิดนี้แล้ว ยังมีการ พ.ร.บ. ที่ออกมาเพื่อคว่ำบาตรเป้าหมายโดยตรง ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยล็อบบี้ยิสต์ เพราะเงื่อนไขการเมืองระหว่างประเทศบีบให้รัฐบาลสหรัฐต้องลงมือเอง เช่น พ.ร.บ. สำหรับคว่ำบาตรคิวบา (5 ฉบับ) และอิหร่าน (2 ฉบับ) ทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นศัตรูเฉพาะหน้ามีอัตรายต่อความมั่นคง ไม่จำเป็นต้องไปชัก พ.ร.บ. ประชาธิปไตยที่ค้างอยู่ในสภาออกมาเล่นงาน

และนอกจาก พ.ร.บ. ประชาธิปไตยฮ่องกงแล้ว ในคราวนี้ สหรัฐยังผ่านกฎหมายตัวอื่นอีก 2 ฉบับที่อยู่ในข่ายพ.ร.บ. คว่ำบาตร คือ มติ H.Res. 543 ที่ประกาศสนับสนุนผู้ประม้วงในฮ่องกง และ พร.บ. ปกป้องฮ่องกง (Protect Hong Kong Act) ที่ห้ามส่งออกอุปกรณ์ควบคุมผู้ประท้วงไปยังฮ่องกง

เราคงเห็นแล้วว่า สหรัฐกำลังจะเล่นงานจีนอย่างไร

ข่าวล่าสุด

จัดเต็ม! 10 แบงก์ ปันผลครึ่งหลังปี 68 ยีลด์สูงสุด 6.54% ขึ้น XD เม.ย.-พ.ค.นี้