
เพชฌฆาตเลือดเย็นอย่างสมบูรณ์ของระบบการค้า
โดย กริช อึ๊งวิฑูรย์สถิตย์
เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากสภาธุรกิจไทย-ลาวให้ไปร่วมงานเสวนาที่เวียงจันทร์ ซึ่งได้มีสมาคมนักธุรกิจไทย-ลาว สถานฑูตไทยในประเทศลาวและสภาธุรกิจไทย-ลาวร่วมกันจัดเสนาเรื่อง "แนวทางการสนับสนุนนักธุรกิจไทยลงทุนในประเทศ CLMV"โดยจัดขึ้นที่โรงแรมแลนด์มาร์ค นครหลวงเวียงจันทร์
ทางเจ้าภาพได้เชิญประธานสภาธุรกิจไทยที่มีอยู่ในประเทศ CLMV ทั้งหมด มาร่วมเป็นผู้บรรยายในงานนี้ เสียดายที่ไปจัดที่ต่างประเทศเลยไม่ได้มีโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ที่ยังไม่ได้ไปดำเนินธุรกิจ แต่อยากจะไปหาช่องทางในประเทศเหล่านี้ได้มีโอกาสได้รับความรู้ด้วย
คงจะมีเพียงแฟนพันธ์แท้จริงๆเท่านั้น ที่ยอมเดินทางมาร่วมรับฟัง นอกนั้นก็จะมีนักธุรกิจไทยที่อยู่ในสปป.ลาวกับนักธุรกิจชาวลาวเท่านั้นที่ได้ไป ต้องบอกว่าเสียดายจริงๆ
แต่ผมจะขอนำเอาบางช่วงบางตอนมาเล่าสู่กันฟังนะครับ งานนี้ต้องยกให้ท่านรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ เป็นพระเอกของงานเลยครับ ท่านเตรียมตัวมาดีมาก ท่านเล่าถึงการรุกคืบของจีน ที่เข้ามาสู่กลุ่มประเทศ CLMV ได้อย่างน่าเกรงขามมากๆ
ไม่ว่าจะรุกมาในรูปของ "ล้ง" (ตัวกลางในทางการค้าที่ตั้งเป็นจุดรับซื้อสินค้า) เพราะเขาเขามาอย่างน่ากลัวมาก ไม่ว่าจะเป็นการมาตั้ง ล้งรับซื้อผลไม้ที่เราทราบๆกันดี นั่นเป็นเพียงเล็กน้อย
เพราะที่น่ากลัวกว่านั้นคือออนไลน์มาเก็ตติ้ง ที่เข้ามาตาม AI Silk Road ซึ่งมันน่ากลัวและรวดเร็วกว่าทาง One Belt One Road อีกหลายช่วงตัว
เราลองนึกภาพดูนะครับ ในกรณีที่จีนมาบุกถิ่นเราโดย One Belt One Road นี่เขามาทางรถ ทางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางที่ยาวพอควร
ในขณะที่ใช้ระบบ AI Silk Road นี่ มาทางอากาศ ที่ไม่ใช่นั่งเครื่องบินมานะครับ แต่มาตามอากาศจริงๆ เพราะระบบ AI นี่ไร้พรมแดนจริงๆ และเขาก็เข้ามามีอิทธิพลในหมู่ของคนรุ่นใหม่มาพอสมควรแล้วครับ
ท่านที่มีลูกหลานจะทราบดีว่า ลูกหลานเราตอนนี้จะหาซื้อสินค้า ซื้อจับจ่ายใช้สอย เปิดอินเทอร์เน็ตหา จะมีทั้งอาลีบาบา เถาเป่า ไป่ตู้ เยอะแยะ ถูกและดี ในขณะที่ฐานเขาอยู่ในประเทศจีน เราอยู่ประเทศไทย เมื่อเราสั่งซื้อไปแค่ไม่กี่วันเขาจัดส่งให้เราถึงที่เลย ราคาก็ถูกกว่าท้องตลาดมากกว่า 30% เสียอีก
ที่สำคัญถ้าท่านสังเกตุให้ดีๆ สินค้าที่ท่านสั่งซื้อไปนั้น ราคาใน Invoice จะถูกกว่าราคาที่เราซื้อจริงเยอะเลยครับ เหตุผลเพราะเรามีข้อตกลงทางศุลกากรว่า
สินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทไม่ต้องเสียภาษี
ดังนั้นจีนเขาฉลาดจึงทำใบ Invoice ที่ Under value เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหมด ถ้ามีคำถามว่าแล้วผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการซื้อของถูก มันจะไม่ดีตรงไหนละ ผมเองอยากจะบอกว่าเราต้องคิดให้ดีนะครับ
ระบบนี้เกิดมาเพื่อเป็น "เพชฌฆาตเลือดเย็นอย่างสมบูรณ์ของระบบการค้า"เลยครับ ลองหลับตาดู เริ่มตั้งแต่ผู้ประกอบการผลิตในประเทศ โรงงานที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าประเภท (Non Movements) หรือสินค้าที่เราซื้อหาแล้วยังไม่จำเป็นต้องใช้อย่างเร่งด่วน ที่สามารถรอการจัดส่งได้ในห้าวันเจ็ดวัน
ผู้ผลิตหรือโรงงานในประเทศท่านไม่มีโอกาสได้ขายสินค้าของท่านอีกเลยครับ เพราะสินค้าที่มาจากประเทศจีนนั้นถูกแสนถูก เอาแค่ค่าวัสถุดิบกับค่าแรงก็ไม่พอแล้ว อีกอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมี Excess Profits หรือที่ภาษาเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่ากำไรส่วนเกินนั้น หมายถึงกำไรที่ไม่ต้องไปหักลบค่าเสื่อมของเครื่องจักรอีก ส่วนที่เหลือ Net นั่นแหละครับ เพราะเครื่องจักรเขาใช้มาจนหักค่าเสื่อมหมดเกลี้ยงแล้ว
ผู้ประกอบการใหม่ๆจะเข้ามาจำเป็นต้องคิดค่าเสื่อมด้วย จึงจำเป็นต้องมีส่วนนี้อยู่ของเขามีแค่ Normal Profit ก็เหลือๆแล้วครับ แล้วท่านจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับเขา ตายอย่างเขียดแน่นอน
ช่วงต่อมาคือผู้ขายตั้งแต่ตั่วปั๊ว(Wholesalers) ยี่ปั๊ว(Resellers) นี่ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะเขาสามารถถึง End user หรือผู้บริโภคได้เลย ระบบการค้าการขายล้มคลื่นอย่างน่ากลัวเลยครับ
ต่อมาการจัดเก็บภาษีรายได้ของภาครัฐ ผมก็ยังมองไม่ออกว่ารัฐจะไปเรียกเก็บภาษีจากพ่อค้าชาวจีนอย่างไร ระบบภาษีซ้อนระบบภาษีข้ามแดน ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะจัดเก็บกันอย่างไร
ใครมีความรู้ช่วยอธิบายให้ทีเถอะครับ นี่ผมถึงเรียกว่า "เพชณฆาตเลือดเย็นอย่างสมบูรณ์ของระบบการค้า" ไงละครับ
โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมและติดตาม







