posttoday
ประชุม จี20 เวทีแลกหมัด จีน-สหรัฐ

ประชุม จี20 เวทีแลกหมัด จีน-สหรัฐ

14 พฤศจิกายน 2553

สรุปข่าวสัปดาห์นี้ เริ่มต้นด้วยการประชุมผู้นำกลุ่มผู้นำประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 1112 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้นำกลุ่มประเทศ จี20 ออกแถลงการณ์ร่วมที่จะไม่เปิดสงครามค่าเงินระหว่างกัน หลังเกิดความวิตกกังวลกันว่าหลายประเทศจะใช้วิธีการลดค่าเงินของตัวเองลงเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับการส่งออก

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องที่จะเดินหน้าแนวทางร่วมกันเพื่อปรับสมดุลระหว่างประเทศที่ได้ดุลการค้าและขาดดุลการค้ากันใหม่ พร้อมกับเตือนว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกนั้นยังคงอยู่ ซึ่งหากปราศจากการใช้นโยบายร่วมกันแล้วเศรษฐกิจโลกก็จะเดินไปสู่เส้นทางที่ย่ำแย่มากกว่านี้ และทุกฝ่ายก็จะได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของ จี20 ยังให้คำมั่นว่าจะให้ความสำคัญกับระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราที่อิงกับตลาดมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบการเปลี่ยนสกุลเงินที่สะท้อนพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ มากกว่าเดิม โดยที่สมาชิกจะไม่ปรับลดค่าเงินเองเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้า

นอกจากนี้ ประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ได้เสนอแผนการของจีนต่อที่ประชุม จี20 เช่นกัน โดยเรียกร้องให้สหรัฐใช้นโยบายที่มีความรับผิดชอบมากกว่านี้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐด้วย

ส่วนทางด้านประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ก็แสดงความหวังว่าจีนจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงค่าเงินหยวนที่ถูกกดให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริงนั้น ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับที่เป็นจริงที่ถูกกำหนดด้วยกลไกตลาดด้วย

บิ๊กบอสธนาคารโลกแนะใช้ทองคุมเงิน

สัปดาห์เดียวกัน โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ยังออกโรงแนะกลุ่มประเทศ จี20 ในวิธีการกำหนดความเคลื่อนไหวของค่าเงินใหม่ โดยให้นำระบบอ้างอิงจากทองคำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

คำแนะนำจากธนาคารโลกในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่ค่าเงินต่างแข็งค่าขึ้นรุนแรง อันเป็นผลจากการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินเหรียญสหรัฐ จนหลายประเทศได้นำมาตรการแทรกแซงค่าเงินมาใช้

โซลลิก กล่าวว่า โลกมีความจำเป็นที่จะนำระบบดังกล่าวกลับมาใช้ ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินยูโร ค่าเงินเยน ค่าเงินปอนด์ และค่าเงินหยวนของจีนโดยตรง ทั้งนี้ระบบดังกล่าวจะใช้ทองคำซึ่งถูกกำหนดเป็นทรัพย์สินที่สำคัญอยู่ในตลาดทุน เป็นตัวอ้างอิงระหว่างประเทศต่อระดับเงินเฟ้อ เงินฝืด และค่าเงินของสกุลเงินในอนาคต

ทั้งนี้ ในอดีตตามข้อตกลง “เบรตตัน วูดส์” โลกได้ตกลงที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินโลกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐจะถูกตรึงไว้กับทองคำ และอยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อจำกัดปริมาณการไหลของทุนที่มากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 1971 ในสมัยอดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ผูกติดอยู่กับทองคำนั้นดิ่งเหวลงอย่างมาก โดยที่ในปัจจุบันราคาทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเก็งกำไรเมื่อเกิดความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ และความเสี่ยงจากภาระหนี้ที่มากเกินไปของรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น

จีนตั้งการ์ดกันทุนนอกทะลัก

ความเคลื่อนไหวของจีนในรอบสัปดาห์นี้ ยังอยู่ที่ประเด็นเศรษฐกิจ สำนักงานอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศแห่งรัฐ (เอสเอเอฟอี) ระบุว่าจะเริ่มกำหนดโควตาการกู้ยืมระยะสั้นของสถาบันการเงินต่างๆ ในประเทศแล้ว พร้อมกันนั้นยังจะจับตาการระดมทุนของบริษัทจีนที่จดทะเบียนอยู่โพ้นทะเลอย่างใกล้ชิดด้วย พร้อมกับจะจับตาการไหลเข้าของเงินลงทุนตรง (เอฟดีไอ) ด้วยเช่นกัน

มาตรการล่าสุดของทางการจีนนั้นมีขึ้นท่ามกลางเสียงไม่พอใจจากนานาประเทศต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐรอบใหม่ที่เตรียมเข้าซื้อพันธบัตรระลอกใหญ่อีกครั้งหนึ่งมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสร้างความเสี่ยงทำให้ทุนร้อนจากสหรัฐไหลเข้าประเทศในเอเชียและตลาดเกิดใหม่มากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินในประเทศนั้นแข็งค่าขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่อีกด้วย

จู้กวางเหยา รัฐมนตรีช่วยคลังของจีน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบต่อประเทศเกิดใหม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับกระแสทุนเก็งกำไรที่ไหลเข้ามาด้วย

เตือนเอเชียเสี่ยงฟองสบู่แตก

ปิดท้ายรอบสัปดาห์ด้วยคำเตือนของ โดนัลด์ จ้าง ผู้ว่าการเกาะฮ่องกง ที่กล่าวระหว่างเข้าร่วมงานเสวนาบิซิเนส ฟอรัม ในเวทีการประชุมเอเปกที่เมืองโยโกฮามาว่า เอเชียอาจจะต้องประสบกับวิกฤตครั้งใหม่จากกระแสทุนที่หลั่งไหลทะลักเข้าสู่ภูมิภาค ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์เหมือนครั้งเมื่อช่วงปี 2540 โดยความเสี่ยงนี้จะทำให้เกิดความสั่นสะเทือนในตลาดเงินขึ้น รวมไปถึงในตลาดพันธบัตร และตลาดหลักทรัพย์

พร้อมกันนี้ยังเตือนว่าฮ่องกงพร้อมที่จะใช้มาตรการใหม่เพื่อสกัดการเก็งกำไรทันทีเพื่อที่จะลดความร้อนแรงในภาคอสังหาริมทรัพย์ลง

“ผมกังวลมากเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรระลอก 2 ของธนาคารกลางสหรัฐมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจเอเชีย” จ้าง ระบุ

ทั้งนี้ จากมาตรการดังกล่าวของสหรัฐไม่เพียงแต่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงแล้ว แต่ทว่ายังทำให้กระแสทุนจากสหรัฐไหลเข้าไปยังเอเชีย ตลาดหลักทรัพย์รวมไปถึงตลาดพันธบัตรและตลาดอสังหาริมทรัพย์เกิดความร้อนแรง

ขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กลับไม่สนใจเสียงรอบข้าง จะใช้นโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและรอบคอบต่อไป ไม่สนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก

“ในวิถีทางที่มั่นคง และรอบคอบ เราต้องการที่จะสร้างความมั่นใจว่าเราจะสามารถส่งเสริมอัตราการเติบโตทั้งในบ้านของเราและในต่างประเทศด้วย” โอบามา แถลง

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน