posttoday

เมื่อบิ๊กดาต้ากำหนดรสนิยมคนดูต่างแดน ทีวีไทยจะอยู่เฉยได้ไง

07 เมษายน 2562

ไทยยังอยู่ในช่วงลูกผีลูกคนของการเปลี่ยนผ่าน ขณะในประเทศอื่นๆ มี 2 สิ่งที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเสพความบันเทิงของชาวโลก

ไทยยังอยู่ในช่วงลูกผีลูกคนของการเปลี่ยนผ่าน ขณะในประเทศอื่นๆ มี 2 สิ่งที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเสพความบันเทิงของชาวโลก

ขณะที่ชาวไทยกำลังติดละครในช่องดิจิทัลและสถานีโทรทัศน์แบบเดิมๆ ภาวะของสื่อบันเทิงเหมือนจะเกิด Disruption (การสะดุดของสื่อเก่าเพื่อกำเนิดสื่อใหม่) แต่ก็คล้ายกับว่าไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในไทยเช่นเดียวกัน

ไทยยังอยู่ในช่วงลูกผีลูกคนของการเปลี่ยนผ่าน ขณะในประเทศอื่นๆ มี 2 สิ่งที่กำลังเปลี่ยนวิธีการเสพความบันเทิงของชาวโลก

อย่างแรกคือ ผู้คนเริ่มหันไปชมความบันเทิงผ่านบริการของ Streaming media หรือสื่อแบบส่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ที่เริ่มจากการนำภาพยนตร์ของค่ายต่างๆ มาฉายเป็นการประเดิม และต่อมาเริ่มทำหนังและซีรีส์ของตัวเอง เช่น Netflix ซึ่งเรารู้จักกันดี

อย่างที่สองคือ ผู้ผลิตบริการสตรีมมิ่ง (Streaming media) เริ่มใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการกำหนดธีมของภาพยนตร์และซีรีส์ที่จะสร้างขึ้นมาป้อนตลาด เพื่อที่ผลงานจะตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด แทนที่จะเน้นสร้างจากหนังสือขายดี หรือทำหนังโหนกระแสสังคม

นอกจาก Netflix รายที่ใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะมีลูกค้าชาวจีนนับร้อยล้านคนคือ อ้ายฉีอี้ (iQiyi) ในเครือของไป๋ตู้ แม้ว่าจะชมนอกจีนไม่ได้ แต่ตลาดของอ้ายฉีอี้ใหญ่โตมโหฬาร มีผู้สมัครสมาชิกถึง 500 ล้านคน มูลค่าการตลาดสูงกว่า 2,250 ล้านเหรียญสหรัฐ

อ้ายฉีอี้มีแนวทางคล้ายๆ กัน คือการนำภาพยนตร์จากค่ายต่างๆ เข้ามาฉายทางช่องออนไลน์ และต่อมาจึงเริ่มผลิตซีรีส์และภาพยนตร์ของตัวเองบ้าง (เมื่อปีที่แล้วยังเซ็นสัญญากับ Netflix เพื่อนำเอาหนังของค่ายนั้นมาฉายในจีน) ผลงานที่สร้างความเกรียวกราวมากที่สุดของอ้ายฉีอี้ในเวลานี้คือ เรื่อง Story of Yanxi Palace ซึ่งเริ่มฉายในเดือน ก.ค. 2018 และจะจบลงในเดือน ต.ค.2018 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลวง เพื่อสืบหาฆาตกรที่ฆ่าพี่สาว แต่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นมเหสีคนโปรดของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงความเป็นหนึ่งในวังฝ่ายในกับสนมคนอื่นๆ

เมื่อบิ๊กดาต้ากำหนดรสนิยมคนดูต่างแดน ทีวีไทยจะอยู่เฉยได้ไง

เรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ชิง ช่วงรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลง แต่ก็เหมือนกับละครทั่วๆ ไปที่มีการแต่งเติมสร้างสีสันให้กับประวัติศาสตร์จนน่าตื่นเต้น กลายเป็นซีรีส์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในจีน ด้วยยอดชมถึง 5,600 ล้านวิว

เรียกได้ว่า เป็น “ปรากฏการณ์เหยียนสี่” เหมือนกับที่บ้านเราเคยเกิด “ปรากฏการณ์บุเพสันนิวาส” แถมทั้งสองเรื่องยังเป็นละครย้อนยุคอิงประวัติศาสต์เหมือนกันอีก

อะไรที่เป็นปัจจัยให้ซีรีส์ย้อนยุคเรื่องนี้ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย?

มีประเด็นที่น่าสนใจจากบทความของหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ซึ่งเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จของเรื่อง Story of Yanxi Palace อาจเป็นเพราะการศึกษาบิ๊กดาต้า (Big data) เพื่อวิเคราะห์รสนิยมของผู้ชมจากพฤติกรรมการชมซีรีส์เรื่องอื่นๆ ในอดีต จนได้ทราบว่าผู้ชมชอบเรื่องย้อนยุคในช่วงจักรพรรดิเฉียนหลงเป็นพิเศษ สาเหตุไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เราคาดว่า เพราะสมัยเฉียนหลงเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์จีน มีทั้งความรุ่งเรืองทางวัตถุและความหวือหวาทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการชิงไหวชิงพริบของชาววัง การชิงดีชิงเด่นระหว่างพระมเหสีและพระสนมนับสิบนับร้อยคน ซึ่งเรื่องชิงรักหักสวาท หรือเรื่องแทงข้างหลังทำนองนี้ถูกใจผู้ชมอยู่แล้ว

เมื่อบิ๊กดาต้ากำหนดรสนิยมคนดูต่างแดน ทีวีไทยจะอยู่เฉยได้ไง

หลังจากปล่อยซีรีส์ออกไปแล้ว บิ๊กดาต้ายังไม่หมดหน้าที่ เพราะจะเป็นปัจจัยวิเคราะห์ว่าผู้ชมมีพฤติกรรมการรับชมเช่นไร เพื่อที่จะปล่อยซีรีส์ให้ถูกจังหวะ จะได้เกิดปฏิสัมพันธ์กับยอดวิวให้มากที่สุด แน่นอนว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อรายได้และการเสนอขายโฆษณาด้วย

แต่เท่านั้นยังไม่พอ ในเวลาไล่เลี่ยกันทางช่อง Tencent Video ยังปล่อยซีรีส์ย้อนยุคที่ชื่อ Ruyi’s Royal Love in the Palace พล็อตเรื่องเกี่ยวกับจักรพรรดินีลำดับที่ 2 ของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง (อีกแล้ว) จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เป็นเรื่องบังเอิญ เรื่องโหนกระแส หรือว่าเป็นเพราะค่าย Tencent ใช้บิ๊กดาต้าในการเจาะรสนิยมผู้ชมเหมือนกับค่ายอ้ายฉีอี้?

ไม่ว่า Tencent จะใช้บิ๊กดาต้าเหมือนกับอ้ายฉีอี้หรือไม่ จึงทำซีรีส์ออกมาคล้ายๆ กัน แต่เรื่องหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ บริการสตรีมมิ่งรายใหญ่อย่าง Netflix ก็ใช้บิ๊กดาต้าในการวิเคราะห์รสนิยมผู้ชมเหมือกัน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ โดยจะทำการวิเคราะห์ว่าผู้ชมชอบรูปแบบความบันเทิงแนวไหน จากนั้นนำผลวิเคราะห์ไปแสดงผลในรูปของตัวอย่างภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่คาดว่าเขาหรือเธอน่าจะชอบ

ด้วยวิธีนี้ทำให้ผู้ชมมีแนวโน้มที่จะเลือกชมความบันเทิงจากระบบแนะนำโดยบิ๊กดาต้าในอัตราส่วนถึง 80% เมื่อเทียบกับสิ่งที่เรารับชมทั้งหมด หมายความว่า มีหนังหรือซีรีส์ 100 เรื่องใน Netflix มีถึง 80 เรื่องที่เราเลือกชมเพราะทางผู้ให้บริการแนะนำมา

เห็นหรือไม่ว่าบิ๊กดาต้าทรงพลังแค่ไหน?

ภาพจาก 延禧攻略

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ซันเดอร์แลนด์ พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้