posttoday

ประสบการณ์สังคมไร้เงินสดสไตล์สวีเดน รัฐต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

08 เมษายน 2562

เพราะชาวสวีเดนเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินในประเทศจะปกป้องการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์จากแฮกเกอร์ได้

เพราะชาวสวีเดนเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินในประเทศจะปกป้องการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์จากแฮกเกอร์ได้

จากการสำรวจเมื่อปี 2016 พบว่า การจ่ายเงินสดมีมูลค่าเพียง 1% จากการใช้จ่ายของคนในประเทศรวมกันเท่านั้น แต่พอถึงปี 2017 คนสวีเดนทั่วประเทศหันมาใช้การทำธุรกรรมในรูปแบบดิจิทัลมากถึง 80% เนื่องจากมีความสะดวกสบายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ลดความเสี่ยงต่อการถูกปล้นชิงทรัพย์ และสามารถชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว ร้านรวงส่วนใหญ่จึงพากันติดป้าย “ไม่รับเงินสด” ให้เห็นจนกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่เว้นแม้การขึ้นรถสาธารณะก็ต้องใช้เงินดิจิทัลเช่นกัน อีกทั้งทางการยังออกกฎหมายมารองรับให้ปฏิเสธการรับเงินสดได้ด้วย

จนกระทั่งในปี 2019 ก้าวสู่สังคมเงินสดแทบจะเต็มตัวแล้ว จนสื่อต่างประเทศต่างเรียกประเทศนี้ว่าเป็น "สังคมเงินสดแห่งแรกของโลก"

เบงต์  นิเลอร์วัลล์ แห่งสมาพันธ์การค้าสวีเดน กล่าวว่า "ในแง่สังคมไร้เงินสด ผมคิดว่าสวีเดนก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ เพราะในสวีเดนมีความเชื่อมั่นโดยรวมต่อรัฐบาล ต่อระบบ เชื่อมั่นในธนาคาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบ"

ปัจจุบัน การชำระเงินส่วนใหญ่จะทำผ่าบัตรเดบิตหรือแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนที่พัฒนาขึ้นโดยคนสวีเดนเอง อาทิ Swish แอพชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันของธนาคารรายใหญ่ในสวีเดนซึ่งมีผู้ใช้กว่า 5 ล้านราย หรืออีกเจ้าหนึ่งคือ iZettle ให้บริการเครื่องอ่านบัตรเครดิตบนสมาร์ทโฟนเจ้าแรกในยุโรป ที่ได้รับความนิยมในหมู่ร้านค้าขนาดเล็กตั้งแต่ร้านฮอตด็อกไปจนถึงคนเร่ขายหนังสือพิมพ์ เนื่องจากมีราคาย่อมเยากว่า

นอกจากธุรกิจร้านค้าแล้ว โบสถ์คริสต์ตามเมืองต่างๆ ก็เริ่มปรับตัวรับสังคมไร้เงินสดเช่นกัน โดยมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ของตัวเองในช่วงท้ายของการประกอบพิธีในโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เพื่อให้ศาสนิกชนบริจาคเงินผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งโบสถ์แห่งหนึ่งในกรุงสตอกโฮล์มเผยว่า เฉพาะปี 2016 มีผู้บริจาคเงินผ่านสมาร์ทโฟนถึง 85%

นิคลาส อาร์วิดสัน ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติสวีเดน เผยว่า ปัจจุบันชาวสวีเดนพกบัตรเดบิตหรือสมาร์ทโฟนแทนเงินสดเป็นส่วนใหญ่ และเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินในประเทศจะปกป้องการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์จากแฮกเกอร์ได้ นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรใหม่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้เงินดิจิทัล เนื่องจากผู้ค้ารายย่อยมองว่าการลงทุนซื้อเครื่องรับเงินอัตโนมัติง่ายดายกว่า

อาร์วิดสัน คาดการณ์ว่า การใช้เงินสดจะทยอยลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือ ภายในปี 2020 สอดคล้องกับ 2 ใน 3 ของผู้ค้ารายย่อย 800 ราย ที่ตอบแบบสอบถามว่าพวกเขาคาดหวังว่าสวีเดนจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบภายในปี 2030

อย่างไรก็ดี แม้ชาวสวีเดนเกือบทั้งหมดจะตอบรับกระแสเงินดิจิทัล แต่ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ยืนยันว่าจะใช้ธนบัตรและเหรียญต่อไป โดย บิยอร์น อิริกสัน อดีตคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติและหนึ่งในผู้เคลื่อนไหวต่อต้านกระแสนี้ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วเขาก็ชอบใช้เงินผ่านบัตรเดบิต ที่ที่คัดค้าน เนื่องจากยังมีคนในสวีเดนอีกนับล้านคนที่ไม่สามารถจัดการรับมือกับยุคไร้เงินสดได้ เช่น ผู้สูงอายุ นักโทษ ผู้อพยพ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวบางส่วน

นอกจากนี้ อดีตตำรวจวัยเกษียณยังกังวลเรื่องการเป็นหนี้จากการจับจ่ายใช้สอย ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว รวมถึงภัยจากแฮกเกอร์ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น

ภาพ : www.groupiso.com

ข่าวล่าสุด

“รมว.นฤมล” เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน อกท. ระดับชาติ