
ออกกฎเหล็กคุมเข้มสนามบิน ‘มะกัน’สั่งตรวจละเอียดยิบ14ประเทศ
โพสต์ทูเดย์ — สหรัฐเพิ่มมาตรการคุมเข้มผู้โดยสารเข้าออกสนามบินอย่างเข้มงวด
โพสต์ทูเดย์ — สหรัฐเพิ่มมาตรการคุมเข้มผู้โดยสารเข้าออกสนามบินอย่างเข้มงวด
วานนี้ ทางการสหรัฐได้ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในประเทศภายในสนามบินทุกแห่งเป็นวันแรก โดยผู้โดยสารที่เข้าออกสนามบินทุกแห่งในสหรัฐจะถูกตรวจตราอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออก หรือผ่าน 14 ประเทศที่ทางการสหรัฐระบุว่าเข้าข่ายในการสนับสนุนการก่อการร้าย
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐต้องผวากับการก่อเหตุวินาศกรรมบนเครื่องบินเมื่อช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา
ผู้โดยสารจาก 14 ประเทศที่ถูกตรวจอย่างเข้มงวดนี้รวมถึงผู้โดยสารจากไนจีเรีย ปากีสถาน ซีเรีย อิหร่าน ซูดาน เยเมน และคิวบา ซึ่งจะถูกตรวจค้นร่างกายและสัมภาระที่หิ้วขึ้นเครื่องอย่างละเอียดด้วยเครื่องสแกนทั้งตัวที่คาดว่าจะมีความละเอียดและชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจค้นตามร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารจากอัฟกานิสถาน แอลจีเรีย อิรัก เลบานอน ลิเบีย ซาอุดีอาระเบีย และโซมาเลียอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่มาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ได้เริ่มใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น วานนี้ มีการประกาศปิดอาคารผู้โดยสารซี ของท่าอากาศยานนานาชาตินวร์ก ลิเบอร์ตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ของสหรัฐ ซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง และสั่งระงับเที่ยวบินที่จะออกจากอาคารผู้โดยสารดังกล่าวทันที เนื่องจากเจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีชายคนหนึ่งสามารถเล็ดลอดผ่านระบบตรวจเช็กไปได้
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้โดยสารจำนวนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ดังกล่าว และให้ทุกคนเข้าระบบตรวจเช็กใหม่อีกครั้ง แต่ทว่าเจ้าหน้าที่กลับไม่พบชายผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าว
โจชัว บราวน์ ผู้โดยสารรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า ภายในโถงของอาคารผู้โดยสารดังกล่าวคลาคล่ำไปด้วยผู้โดยสารราว 3,000 คนที่ต่อแถวยาวเพื่อรอตรวจเช็กด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ว่า มี ความรุนแรงและอันตรายที่คนกลุ่มหนึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เพียงเพราะคนเหล่านั้นมาจากบางประเทศ
ด้านโฆษกของสายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชันเนล แอร์ไลน์ส ระบุว่า ทางสายการบินได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว
เช่นเดียวกันกับสายการบินและสนามบินของอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และหลายประเทศในตะวันออกกลาง ต่างก็เริ่มมาตรการเข้มงวดกับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าไปยังสหรัฐด้วย
สำหรับสถานทูตสหรัฐและอังกฤษในเยเมนที่ประกาศปิดทำการตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการขู่โจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ วานนี้ ยังมีรายงานว่าสถานทูตทั้งสองแห่งยังคงปิดทำการต่อเนื่องเป็นวันที่สองอีกด้วย ล่าสุดฝรั่งเศสก็ได้สั่งปิดสถานทูตในเยเมนแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ อีกด้านหนึ่งของความมั่นคงในสหรัฐนั้นมีรายงานว่า เจมส์ เอกเยนิมโบแทง รัฐมนตรีช่วยสารสนเทศของกานา ได้ออกมาระบุว่า อูมาร์ ฟารุก อับดุลมูตัลลับ ผู้ต้องสงสัยในการก่อวินาศกรรมที่ถูกทางการสหรัฐจับกุมตัว หลังจากพยายามจุดระเบิดบนเครื่องบินของสายการบินนอร์ทเวสต์ แอร์ไลน์ส ได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์อยู่ในกานา ก่อนที่จะก่อเหตุระทึกขวัญส่งท้ายปี
อับดุลมูตัลลับ เดินทางจากดูไบมายังกานาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. และออกจากกานาไปเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อมุ่งไปยังไนจีเรีย ก่อนที่จะไปขึ้นเที่ยวบินเพื่อก่อเหตุระทึกขวัญจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์ ไปยังเมืองดีทรอยต์ ของสหรัฐ







