
ทรัมป์เตรียมพบคิมรอบสองแบบตัวต่อตัว ลุ้นจบ 70 ปีสงครามเกาหลี
ทรัมป์เชื่อ เกาหลีเหนือจะเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก หากหยุดพัฒนานิวเคลียร์
ทรัมป์เชื่อ เกาหลีเหนือจะเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก หากหยุดพัฒนานิวเคลียร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้เริ่มออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจากฐานทัพอากาศแอนดรูวส์ ไปยังกรุงฮานอยของเวียดนาม เพื่อเตรียมเข้าร่วมประชุมกับนายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือแล้ว โดยหลังจากออกเดินทางนางซาราห์ แซนเดอร์ แฮกเคอร์บีย์ โฆษกประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดการพบกับนายคิมจองอึนแบบตัวต่อตัวเป็นระยะเวลาสั้นๆในช่วงเย็นวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่่นของกรุงฮานอย เพื่อรับประทานอาหารร่วมกันโดยจะมีผู้ติดตามเพียงฝ่ายละสองคน รวมถึงล่ามแปลเท่านั้น
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ระบุว่า เขาเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกชาติหนึ่งของโลก หากยุติการพัฒนานิวเคลียร์ เนื่องจากที่ตั้งและผู้คนชาวเกาหลีเหนือมีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่าประเทศอื่นๆ
Chairman Kim realizes, perhaps better than anyone else, that without nuclear weapons, his country could fast become one of the great economic powers anywhere in the World. Because of its location and people (and him), it has more potential for rapid growth than any other nation!
— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) February 24, 2019
อย่างไรก็ดี ด้านโฆษกของรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้นำทั้งสองจะใช้โอกาสของการประชุมนี้ ประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ ซึ่งสอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์และเอพีรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐกำลังพิจารณาข้อเสนอที่ทรัมป์สามารถเสนอให้คิมเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยข้อเสนอที่อยู่ในการพิจารณา ได้แก่ “การแลกเปลี่ยนศูนย์ประสานงานกับเปียงยาง” และ “การประกาศสิ้นสุดสงครามเกาหลี ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 1950-1953 อย่างเป็นทางการ” ซึ่งแตกต่างกับปัจจุบันที่เป็นเพียงรูปแบบข้อตกลงหยุดยิง หรือ “ความตกลงการสงบศึกเกาหลี”(Korean Armistice Agreement) ที่เกาหลีเหนือจีนและสหรัฐในนามกองบัญชาการสหประชาชาติลงนามไว้เมื่อปี 1953 เท่านั้น







