
มะกันเมินหันหลังให้‘โอบามา’
ฝ่ายค้านคว้าชัยครองสภาล่าง
ฝ่ายค้านคว้าชัยครองสภาล่าง
สภาคองเกรสมะกันแบ่งเป็น 2 ซีก หลังรีพับลิกันคว้าชัยชนะถล่มทลายในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ฟากเดโมแครตยังรักษาที่นั่งในสภาสูงไว้ได้
ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. เป็นไปตามคาด พรรคเดโมแครตของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แพ้ราบคาบสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรครีพับลิกัน ทว่าเดโมแครตยังรักษาที่นั่งส่วนใหญ่ในวุฒิสภาไว้ได้
แม้การนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ในสหรัฐต่างรายงานโดยอ้างผลการสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง หรือเอกซิตโพล ว่าตัวแทนพรรครีพับลิกันในหลายรัฐสามารถเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้แล้ว โดยพรรครีพับลิกันได้ชัยชนะอย่างท่วมท้นในสภาผู้แทนราษฎร กวาดที่นั่งมาแล้ว 239 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ขณะที่เดโมแครตได้ไปเพียง 183 ที่นั่ง
ชัยชนะของพรรครีพับลิกันในครั้งนี้ส่งผลให้พรรคฝ่ายค้านมีเก้าอี้ในสภาล่างเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 60 ที่นั่ง จากที่สูญเสียเสียงข้างมากไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วให้กับพรรคเดโมแครต
ผลการเลือกตั้งดังกล่าวยังส่งผลให้ จอห์น โบห์เนอร์ จากพรรครีพับลิกันได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสภาคนใหม่แทน แนนซี เปโลซี ประธานสภาหญิงคนแรกจากพรรคเดโมแครต ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้นำสหรัฐได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับโบห์เนอร์แล้ว
ขณะที่การเลือกตั้งวุฒิสภา (สภาสูง) ปรากฏว่าผลคะแนนของทั้งสองพรรคทิ้งห่างกันไม่มาก โดยเดโมแครตสามารถครองเสียงส่วนมากในสภาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ด้วยที่นั่ง 51 ต่อ 47 นับเป็นการปราชัยของพรรครีพับลิกันที่ไม่สามารถแย่งที่นั่งจากเดโมแครตในวุฒิสภาให้ได้ 10 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงส่วนใหญ่จากทั้งหมด 100 ที่นั่งตามที่หวังได้
สำหรับผู้ว่าการรัฐนั้น พรรครีพับลิกันก็มีคะแนนนำโด่ง 25 ต่อ 14 ขณะที่ มาร์โค รูบิโอ จากพรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะได้คะแนนโหวตได้เป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดาอย่างง่ายดาย
ชัยชนะของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลายครั้งนี้เป็นที่คาดการณ์ว่าจะนำสหรัฐกลับมาสู่ยุคแห่งความแตกแยกในสภาอีกครั้ง เนื่องจากพรรคเดโมแครตยังเป็นรัฐบาลและครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ขณะที่รีพับลิกันครองเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะยิ่งทำให้การทำงานของประธานาธิบดีโอบามาเป็นไปยากลำบากมากขึ้น รวมทั้งการผลักดันนโยบายต่างๆ ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภา
ด้านตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ก็ปรับขึ้นกันถ้วนหน้า ตอบรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และการประกาศนโยบายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง ปรับขึ้น 1.95% ไปอยู่ที่ 24,132.38 จุด ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี ดัชนีสเตรตไทม์ของสิงคโปร์ ปรับขึ้น 0.8% ไปอยู่ที่ 3,230.93 จุด พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 29 เดือน ส่วนดัชนีกอสปิของเกาหลีใต้ ปรับขึ้น 0.93% ไปอยู่ที่ 1,935.97 จุด







