
ปิดฉาก เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์
ปิดม่านงานมหกรรมระดับโลก ทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์ อังกฤษคว้ารางวัลอาคารจัดแสดง ดีไซน์ยอดเยี่ยม
ปิดม่านงานมหกรรมระดับโลก ทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์ อังกฤษคว้ารางวัลอาคารจัดแสดง ดีไซน์ยอดเยี่ยม
งานมหกรรมเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการหลังเปิดแสดงให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เข้าชมมานานถึง 6 เดือนเต็ม ด้วยสถิติผู้เข้าเยี่ยมชมสูงกว่า 72 ล้านคน ที่เข้ามายลความตระการตาของอาคารจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีความก้าวหน้าจาก 189 ประเทศ ภายใต้คำขวัญหลักของงานที่ว่า “เมืองที่ดีกว่า ชีวิตที่ดีกว่า”
นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีน กล่าวปิดงานมหกรรมครั้งนี้อย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า งานมหกรรมเวิลด์ เอ็กซ์โป ที่จีนเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของประเทศให้มุ่งสู่กระบวนการปฏิรูป เปิดประเทศสู่สายตาชาวโลก
เวิน ยังกล่าวด้วยว่า งานเอ็กซ์โปที่นครเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นงานเอ็กซ์โปครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นใจกลางย่านธุรกิจของเมืองใหญ่ และจัดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการเงินทั่วโลก จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับชาวนครเซี่ยงไฮ้และชาวจีน
“จีนจะมุ่งสู่เส้นทางแห่งการพัฒนาบนวิถีแห่งสันติภาพด้วยความตั้งใจจริง พร้อมทั้งดำรงแนวทางการเปิดประเทศ และจีนจะเรียนรู้จากความสำเร็จของอารยธรรมต่างๆ” นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จีนและนานาชาติในวันสุดท้ายของเวิลด์ เอ็กซ์โป
นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังแสดงความชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารจัดแสดงหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารจัดแสดงของอังกฤษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจีนเปรียบเทียบว่าคล้ายคลึงกับดอกแดนดีไลออนท่ามกลางสายลม
บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งร่วมในพิธีปิดงานเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ว่าเป็นงานมหกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการพัฒนาเขตเมืองที่เริ่มเป็นปัญหามากขึ้นในทุกวันนี้ และเชื่อว่าจีนจะเป็นผู้บุกเบิกในการแก้ปัญหาการขยายตัวของเขตเมือง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้นำและเจ้าหน้าที่จากนานาประเทศได้เข้าเยี่ยมชมงานเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี ดิมิทรี เมดเวเดฟ แห่งรัสเซีย ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งต่างแสดงความชื่นชมในความยิ่งใหญ่และความสำเร็จที่จีนเป็นเจ้าภาพ
โชเซ เฟรเชส์ ประธานผู้ดูแลอาคารจัดแสดงของฝรั่งเศส เปรียบเทียบความยิ่งใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ เอ็กซ์โป กับความยิ่งใหญ่ของงานปารีส เวิลด์ เอ็กซ์โป ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1900 พร้อมกล่าวว่า งานมหกรรมในครั้งถือเป็นงานครั้งประวัติศาสตร์ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม
ขณะที่ มาร์ติน เอลินทัค ประธานดูแลอาคารจัดแสดงของสหรัฐ กล่าวว่า งานเอ็กซ์โปในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสทางการทูตครั้งใหญ่ให้กับสหรัฐ เนื่องจากมีผู้มาเข้าชมอาคารจัดแสดงของสหรัฐถึง 7.3 ล้านคน มากกว่าผู้ที่จะเข้าเยี่ยมสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐทั้ง 5 แห่งในจีนรวมกันตลอดช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษ
“ประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้าชมไม่เคยเดินทางไปสหรัฐ หลายคนไม่เคยพบกับชาวสหรัฐด้วยซ้ำ เราจึงเห็นว่านี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่” เอลินทัค กล่าว
ทั้งนี้ ในงานมหกรรมเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป บรรดาชาติต่างๆ ได้นำเสนอทั้งสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีชั้นนำมาอวดสายตาชาวโลกอย่างคึกคัก
ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก ที่ยกเอารูปหล่อนางเงือกน้อยจากเทพนิยายของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโคเปนเฮเกน มาจัดแสดงถึงที่นี่ ขณะที่พิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ของฝรั่งเศสจัดส่งภาพเขียนล้ำค่า 7 ชิ้นของจิตรกรเอกยุคอิมเพรสชันนิสม์มาให้ชมเป็นขวัญตา
ส่วนสเปนนำถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกประจำปีนี้มาจัดแสดงหลังจากคว้าชัยมาหมาดๆ เช่นเดียวกับชิลีที่นำโมเดลแคปซูลช่วยชีวิตคนงานเหมืองซานโฮเซ มาตั้งแสดงถึงเซี่ยงไฮ้เช่นกัน
ขณะที่รัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาพื้นที่จัดแสดงรวม 5.3 ตารางกิโลเมตร และพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั่วนครเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเส้นทางรถไฟใต้ดินยาวนับร้อยกิโลเมตร รวมถึงเส้นทางรถไฟความเร็วสูงอีกหลายเส้นทาง
สำนักข่าวซินหัว ประมาณการว่า นครเซี่ยงไฮ้และเขตปริมณฑลจะมีรายได้จากงานมหกรรมระดับโลกในครั้งนี้ถึง 8 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.2 แสนล้านบาท)
ทั้งนี้ ก่อนการปิดงานอย่างเป็นทางการ งานมหกรรมครั้งนี้ยังสามารถทำลายสถิติของการจัดงานเอ็กซ์โป ได้เหนือกว่าการจัดงานคราวที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็นการที่มีประเทศเข้าร่วมเกือบ 190 ประเทศ รวมถึงองค์กรระดับโลกอีกถึง 57 องค์กร ทำให้เป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในรอบ 150 ปี นับตั้งแต่เริ่มงานเอ็กซ์โปครั้งแรกที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1851
นอกจากนี้ ยังเป็นงานที่มีผู้เข้าชมสูงที่สุดถึง 72.6 ล้านคน จากการสำรวจเมื่อวันที่ 29 ต.ค. แซงหน้างานเวิลด์ เอ็กซ์โป ที่นครโอซากา ประเทศ ญี่ปุ่น เมื่อปี 1970 มีผู้เข้าชมงาน 64 ล้านคน







