
วาติกัน-อียูค้านประหารอาซิช
วาติกัน-อียูออกโรงค้านคำตัดสินศาลอิรักประหารอาซิซอดีตรมต.ต่างประเทศยุคฮุสเซนเรืองอำนาจ ชี้ควรสงวนชีวิตไว้เพื่อเป็นสัญลักความปรองดอง
วาติกัน-อียูออกโรงค้านคำตัดสินศาลอิรักประหารอาซิซอดีตรมต.ต่างประเทศยุคฮุสเซนเรืองอำนาจ ชี้ควรสงวนชีวิตไว้เพื่อเป็นสัญลักความปรองดอง
ศาลอาชญากรรมสูงสุดอิรัก ได้พิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายทาเร็ก อาซิซ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอิรัก ยุคซัดดัม ฮุสเซน เผด็จการอิรัก เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ว่า นายทาเร็ก อาซิซ ได้มีส่วนร่วม และกระทำการฆาตกรรมอย่างจงใจ และก่อคดีอาชญษกรรมต่อมนุษยชาติ
ขณะที่นายอาซิซกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลเป็นเรื่องของการแก้แค้นต่ออดีตรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน
หลังคำตัดสิน กลุ่มสิทธิมนุษยชน สำนักงานวาติกัน และสหภาพยุโรป ออกโรงคัดค้านศาลอิรักออกโทษประหารดังกล่าว
สำนักวาติกัน เรียกร้องให้อิรักมีความเห็นใจต่ออาซิซ และว่าอิรักควรสงวนชีวิตนายอาซิซ เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของการปรองดอง และการฟื้นฟูสันติภาพและความยุติธรรมหลังจากอิรักได้ผ่านพ้นอดีตที่เจ็บปวดมหาศาล
ด้านสหภาพยุโรปบอกว่า ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป มีจุดยืนคัดค้านการประหารชีวิตผู้คนอยู่แล้วอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่กลุ่มนิรโทษกรรมสากลระบุว่า การใช้โทษประหารถือการปฎิเสธหลักสิทธิมนุษยชน และเรื่องนี้เป็นเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากอิรักกำลังเข้าสู่ห้วงของการเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยด้วย
ทั้งนี้ นายอาซิซ ได้มอบตัวภายหลังกองทัพสหรัฐบุกเข้ายึดครองอิรักเมื่อปี 2003 และกรุงแบกแดดถูกยึดเพียงไม่กี่วัน และเมื่อปี 2009 เขาได้ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปี ในข้อหาสั่งประหารชาวแบกแดด 42 ราย และอีก 7 ปี ในข้อหาขับไล่ชาวเคิร์ดออกจากทางเหนือของอิรัก







