posttoday
พลิกโฉมแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์อิรัก

พลิกโฉมแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์อิรัก

24 ตุลาคม 2553

ชะตากรรมและเส้นทางของบริษัท อัล-ซาฮีด ผู้ผลิตอาวุธในอิรัก เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงสายป่านแห่งสภาพความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงของบริษัทอีกเป็นจำนวนมาก....

ชะตากรรมและเส้นทางของบริษัท อัล-ซาฮีด ผู้ผลิตอาวุธในอิรัก เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงสายป่านแห่งสภาพความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงของบริษัทอีกเป็นจำนวนมาก....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ก่อนภารกิจการไล่ล่าผู้นำเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน และการบุกเข้ายึดครองอิรักของกองทัพสหรัฐและอังกฤษ นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2003 ประเทศแห่งตะวันออกกลางผู้เคยเป็นอดีตพันธมิตรของสหรัฐ ถูกตีตราด้วยข้อหาหนักหน่วงในฐานะดินแดนที่ครอบครองอาวุธซึ่งมีอำนาจทำลายล้างรุนแรง (Weapons of Mass Destruction) เป็นอันตรายต่อสังคมโลก

หนทางจากวันนั้น ผ่านพ้นมาราวกว่า 7 ปี ผ่านมือและความคิดของผู้กุมบังเหียนแห่งการไล่ล่าและกวาดล้าง เปลี่ยนถ่ายจากประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู.บุช มายัง ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก่อนที่ทุกอย่างจะปิดฉากลง

พลิกโฉมแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์อิรัก

นอกจากความสูญเสียของพลเรือนอิรักนับล้าน กองกำลังแห่งทัพสหรัฐนับพัน ค่าใช้จ่ายอีกนับล้านล้านเหรียญสหรัฐแล้ว เมื่อช่วงต้นสัปดาห์อิรักได้จัดงานนิทรรศการและการแสดงสินค้า เพื่อเปิดตัวศักยภาพของบริษัท โรงงาน และผลงานทางวิศวกรรม ภายใต้การควบคุมของรัฐ
โลกจึงได้มีโอกาสรับรู้ด้านสว่างแห่ง “ความเปลี่ยนแปลง” ในดินแดนที่มั่งคั่งด้วยน้ำมันและอารยธรรมแห่งหนึ่ง ภายใต้ปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐ

บริษัท อัล-ซาฮีด เคยเป็นแหล่งผลิตระเบิดป้อนให้กับกองทัพอิรัก แต่ปัจจุบันบริษัทนี้กำลังเบนเข็มหันมาทำหน้าที่สนับสนุนวงการเพลง

“เราเคยผลิตปลอกกระสุน แต่วิศวกรของเราได้เปลี่ยนไลน์การผลิต ดังนั้นในตอนนี้เรากำลังผลิตทองเหลืองที่ใช้สำหรับเครื่องทรัมเป็ต รวมทั้งสายเคเบิลทองแดง” เอมีน ฮาวาส ช่างเทคนิคของบริษัท กล่าว

ชะตากรรมและเส้นทางของบริษัท อัล-ซาฮีด ในอิรัก เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงสายป่านแห่งสภาพความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงของบริษัทอีกเป็นจำนวนมาก ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในยุครุ่งโรจน์ของผู้นำเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งตั้งแต่หลังการบุกรุกของรัฐบาลสหรัฐ โดยมี พอล เบรเมอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ผู้รับตำแหน่งผู้บริหารพลเรือนสูงสุดของสหรัฐในอิรักก็ได้แปรผันบริษัทเพื่อภารกิจทางการทหารและกองทัพ ให้กลายเป็นบริษัทเพื่อพลเรือน

บริษัท อัล-ซาฮีด ถูกแปรสภาพในปี 1982 เป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทที่เข้าร่วมในงานแสดงสินค้าซึ่งจัดขึ้นที่กรุงแบกแดด

บริษัทอื่นๆ ในงานแสดงดังกล่าวล้วนไม่หลงเหลือกระทั่งร่องรอยและเค้าร่างของอดีตบริษัทและโรงงานผลิตปืน ระเบิด หรือกล้องส่องทางไกลของกองทัพ เพราะบริษัทเหล่านั้นกลายเป็นโรงงานชั้นนำ ที่ถ้าไม่ใช่กองหนุนของวงการบันเทิงและเครื่องดนตรี ก็หันมาผลิตเครื่องฉีดน้ำ กล้องจุลทรรศน์ และหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด

“หลังจากการเข้ายึดอำนาจของสหรัฐ โรงงานของเราก็ถูกปล้น และกระทรวงซึ่งเป็นที่ปรึกษาของเราก็ล่มสลายไป พนักงานของเราก็วุ่นวายกันไปหมด” ฮัยดาร์ ฮุสเซน วิศวกรวัย 34 ปี ของบริษัท อัล-คารามา กล่าว

ช่วงก่อนการเกิดสงครามในอิรัก บริษัทแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวะสีริยะห์ ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด เป็นแหล่งผลิตระบบนำวิถีสำหรับขีปนาวุธระยะไกลป้อนให้กับประเทศ

แต่ทว่ากาลเวลาและการเปลี่ยนถ่ายอำนาจทำให้บริษัทแห่งนี้ต้องผันแปร

“ทีมวิศวกรของเราจำนวน 10 คน เริ่มสนใจในกระบวนการจำลอง สแกน และเอกซเรย์” ฮุสเซนอธิบาย

พนักงานของบริษัท อัล-คารามา จึงต้องเข้ารับการอบรม จนกระทั่งโรงงานได้เปิดทำการอีกครั้งในปี 2008 และทิ้งให้โรงงานที่เคยเฟื่องฟูจากการผลิตอุปกรณ์และเครื่องใช้ทางการทหารเป็นเพียงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งสงครามเท่านั้น

ขณะนี้บริษัทดังกล่าวกำลังสร้างรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองด้วยการผลิตหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด และกล้าพูดได้เต็มปากด้วยความภาคภูมิใจว่า หุ่นยนต์ที่โรงงานเป็นผู้ผลิตและปล่อยสู้ตลาดเมื่อราว 2 เดือนก่อนนั้น รวมทั้งกำลังมีโอกาสได้เปิดตัวในงานนิทรรศการครั้งนี้ตีตรา MADE IN IRAQ โดยแท้

พลิกโฉมแหล่งผลิตยุทโธปกรณ์อิรัก

“ตลาดมีดีมานด์สูงมาก เพราะยังคงมีการโจมตีของกลุ่มการก่อการร้าย และเพราะสินค้าของเรามีราคาต่ำกว่าของสหรัฐเป็นอย่างมาก” ฮุสเซน กล่าว

ก่อนภาวะล่มสลายของผู้นำเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน มีบริษัทราว 42 แห่งอยู่ภายใต้การควบคุมและบริหารของกระทรวงกลาโหม โดยมีการจ้างงานราว 5 หมื่นคน

แต่ยังไม่ทันครบ 1 ปี มาตรการ Authority Order Number 75 ของเบรเมอร์ ซึ่งยืนกรานตั้งแต่เข้ารับหน้าที่ในฐานะผู้บริหารพลเรือนสูงสุดว่า จะเดินเครื่องพัฒนาเศรษฐกิจของอิรัก เป็นภารกิจสำคัญประการแรก ก็มีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2004 โดยสั่งให้มีการถอนรากถอนโคนบริษัทในรูปแบบเดิมๆ สู่การแปลงโฉมเป็นบริษัทเพื่อประโยชน์แห่งความสงบสุขและริเริ่มสร้างสรรค์

ตั้งแต่นั้นมาอาวุธยุทโธปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจราว 8 แสนนายในอิรักก็ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาใช้ในประเทศ และประเทศที่สำคัญที่สุดในการค้าก็คือ สหรัฐ

เช่นเดียวกับ บริษัท อัล-ไอคา ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ในช่วงกลางของภาวะสงครามซึ่งยืดเยื้อราว 8 ปี เป็นหนึ่งบริษัทที่แปลงโฉมตนเองได้สำเร็จจากการผลิตปืนใหญ่และกล้องส่องทางไกลของกองทัพ

“เรามีรายได้ดีมากในช่วงนั้น เพราะการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นเรื่องที่ซัดดัม ฮุสเซน ให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ เสมอ แต่ต่อมาก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องหาแหล่งที่มาของรายได้จากส่วนอื่นๆ แทน” แอมเมอร์ อีด วิศวกรวัย 50 ปี ของบริษัท อัล-ไอคา กล่าว

โรงงานแห่งนี้ต้องปิดทำการเป็นเวลาหลายเดือน หลังจากที่สหรัฐเข้าบุกในพื้นที่ ก่อนที่จะเปิดทำการอีกครั้งในปี 2004 เพื่อผลิตเครื่องกรองน้ำ กล้องจุลทรรศน์ และถังบรรจุก๊าซบิวเทน

“ผมเชื่อว่าเราผ่านพ้นช่วงปัญหาทางการเงินไปแล้ว และจะเริ่มต้นสร้างกำไรในปีนี้” แอมเมอร์กล่าวอย่างมีนัยถึงความยากลำบากที่เพิ่งผ่านพ้นไป

นอกจากนี้ บริษัท นอแมน ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงในแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเปลี่ยนจากการทำระเบิดลูกปรายและกระสุน มาสู่การผลิตท่อดับเพลิง และบริษัท ซาลาฮัลดิน ซึ่งเดิมบริษัทนี้ทำหน้าที่ผลิตเรดาร์และเครื่องมือสื่อสารทางการทหาร และยังเกี่ยวโยงกับโครงการนิวเคลียร์ของอิรักจนกระทั่งในปี 1990 บริษัทนี้ก็ถูกแปรสภาพไม่ต่างจากที่อื่นๆ

ปัจจุบันมีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองติกรี ทางเหนือของกรุงแบกแดด ภายใต้เงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยเงินทุนมูลค่า 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 254 ล้านบาท) เป็นแหล่งผลิตเสาไฟฟ้า เครื่องตัดกระแสไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า

บริษัทหลายแห่งเคยถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่ผลิตอาวุธเคมี ในเวลานี้กำลังผลิตปุ๋ย

“มีเพียงบริษัทที่มีศักยภาพเฉพาะทางในการผลิตปืน ระเบิด รวมทั้งระเบิดมือเท่านั้น ที่ยังคงไม่สามารถแปรสภาพได้สำเร็จ” แอมเมอร์ กล่าว
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของอิรักกล่าวในระหว่างการเปิดงานนิทรรศการและการแสดงสินค้าดังกล่าวว่า “อยากเห็นการเพิ่มขึ้นของผลผลิตด้านอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพิงการนำเข้า”

เวลานี้อัตราส่วนของภาคอุตสาหกรรมครองสัดส่วนเพียง 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่น้ำมันมีอัตราส่วน 65% ของจีดีพี ในฐานะผู้ครองทรัพยากรน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ก็เชื่อว่า อิรักจะยังคงต้องเดินหน้าทางเศรษฐกิจอีกไกล

ตัวเลขจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และรัฐบาลอิรักชี้ว่า ประชาชนชาวอิรักราว 23% อยู่ในระดับยากจนแร้นแค้น ด้วยค่าครองชีพราว 2.20 เหรียญสหรัฐต่อวัน (ราว 67 บาท)

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69