
ปั้นโมเดลเมืองคู่มิตร
พาณิชย์ดันยุทธศาสตร์เมืองคู่มิตรในซีแอลเอ็มวีสู่หุ้นส่วนเศรษฐกิจ นำร่องโฟกัสเชื่อมโยง 4 กลุ่มจังหวัด
โพสต์ทูเดย์ - พาณิชย์ดันยุทธศาสตร์เมืองคู่มิตรในซีแอลเอ็มวีสู่หุ้นส่วนเศรษฐกิจ นำร่องโฟกัสเชื่อมโยง 4 กลุ่มจังหวัด
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมาก เนื่องจากเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยและมีศักยภาพที่จะเชื่อมโยงกัน โดยการนำยุทธศาสตร์เมืองคู่มิตรมาผลักดันสู่การปฏิบัติจริงเพื่อเชื่อมห่วงโซ่มูลค่าระหว่างกันในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยจะนำร่องกับ 4 กลุ่มจังหวัดชายแดน เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ 4 กลุ่มจังหวัดชายแดนที่จะจับคู่กัน ได้แก่ 1.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก นำร่องจันทบุรีกับไพลินของกัมพูชา เชื่อมโยงในกลุ่มผลไม้แปรรูป 2.กลุ่มภาคเหนือตอนบน นำร่องเชียงรายจับคู่กับรัฐฉานของเมียนมา เชื่อมโยงในกลุ่มสมุนไพร 3.กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำร่องสกลนครจับคู่กับสะหวันนะเขต สปป.ลาว เชื่อมโยงกลุ่มปศุสัตว์โคเนื้อ และ 4.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก/ใต้ นำร่องสมุทรสาครจับคู่กับมะริด เมียนมา เชื่อมโยงในกลุ่มประมงแปรรูป
“การเชื่อมโยงนี้จะเป็นเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าระหว่างกัน โดยใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เบื้องต้นอาจจะยังไม่ได้มองหรือหวังผลว่า ยอดการส่งออกไปยังประเทศที่สาม แต่น่าจะเห็นการแอคทีฟด้านการค้าระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านมากขึ้น” น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
ขณะเดียวกันในปี 2562 จะพยายามเร่งแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคและข้อติดล็อกในการค้า เช่น การปลดล็อกใบอนุญาต และเพิ่มความคล่องตัวในระบบโลจิสติกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อจำกัดให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มูลค่าการค้าของซีแอลเอ็มวีในอาเซียนช่วง 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) คาดว่าจะอยู่ที่ 14% และจะมีสัดส่วนการค้านอกอาเซียน 86% โดยจะเป็นการส่งออกไปยังจีนและเกาหลีใต้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการเจรจาเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่ลดภาษีระหว่างกัน โดยการร่วมมือเชื่อมโยงกันจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย







