posttoday
ไตรมาส3จีนชะลอตัวแต่ยังแกร่ง

ไตรมาส3จีนชะลอตัวแต่ยังแกร่ง

22 ตุลาคม 2553

โต9.6%ผลผลิตโรงงานลดผวาปัญหาเงินเฟ้อทะลุเป้าแล้ว

โต9.6%ผลผลิตโรงงานลดผวาปัญหาเงินเฟ้อทะลุเป้าแล้ว

จีนเผยไตรมาส 3 เริ่มชะลอตัว แต่เศรษฐกิจยังแกร่ง นักวิเคราะห์ยกย่อง ก้าวสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ไม่ใช่เอาแต่ร้อนแรง แต่ขาดความสมดุล

จีนเปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 เริ่มชะลอตัวลง แต่ยังร้อนแรงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 9.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 10.3% และ 11.9% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์ให้เครดิตความพยายามของจีนที่จะให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างยั่งยืนมากขึ้นนั้นเริ่มเห็นผล

อย่างไรก็ตาม จีนจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่กับภาวะเงินเฟ้อที่ในเดือน ก.ย. ล่าสุดนั้น ดัชนีราคาสินค้าพุ่งขึ้นไปที่ 3.6% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ธนาคารกลางจีนต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสองวันก่อนด้วย

“สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังคงแข็งแกร่งอยู่ และแรงขับเคลื่อนสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง” เช็งไหล่หยุน โฆษก สถาบันสถิติแห่งชาติจีนแถลงต่อผู้สื่อข่าว

กระนั้นก็ตาม เช็งได้เตือนว่ายังคงมีปัญหาและความยากลำบากอยู่อีกมากสำหรับเศรษฐกิจจีน ซึ่งจีนจำเป็นที่จะต้องสร้างภาวะสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมไปกับการจัดการปัญหาเงินเฟ้อ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาดังกล่าวนั้นช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวลได้มากทีเดียวหลังจากที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า การชะลอตัวของจีนจะเป็นไปอย่างรุนแรงเกินไป ซึ่งอาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อของจีนนั้นได้เกินระดับที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าเอาไว้แล้วที่ 3% โดยสาเหตุหลักเป็นผลมาจากราคาอาหารที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากผลกะทบทางภัยธรรมชาติที่ทำให้พื้นที่การเกษตรและผลผลิตได้รับความเสียหาย

ทางด้านเค็นเป้ง นักเศรษฐ ศาสตร์จากซิตี้กรุ๊ป สาขาปักกิ่ง คาดการณ์ด้วยว่า ภาวะเงินเฟ้อของจีนในปีนี้จะทะลุที่ 4% ทีเดียว แต่เชื่อว่ายังเป็นระดับที่เศรษฐกิจจีนจะสามารถจัดการได้อย่างไม่ยากนัก

วันเดียวกันนั้น จีนยังได้เปิดเผยตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือน ก.ย. แม้ว่าจะเพิ่มขึ้น 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วด้วย แต่ทว่าก็ยังถือว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่าในช่วงเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เบน ซิมเฟนดอร์เฟอร์ นักเศรษฐ ศาสตร์จากธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ กล่าวว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจจีนเหล่านั้นได้แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังเดินหน้าสู่การเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น ไม่ใช่เป็นเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไป และขาดความสมดุล

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่