
ทำไมทรัมป์-คิมเลือกพบกันที่ "สิงคโปร์"
เผยเหตุผลที่สองผู้นำเลือกพบกันครั้งประวัติศาสตร์ที่ประเทศสิงคโปร์
เผยเหตุผลที่สองผู้นำเลือกพบกันครั้งประวัติศาสตร์ที่ประเทศสิงคโปร์
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการนัดพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำสหรัฐ และผู้นำเกาหลีเหนือ จะมีขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน ที่ประเทศสิงคโปร์ ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
โดยก่อนหน้านี้ที่นายทรัมป์ยังไม่เปิดเผยนั้น "สิงคโปร์" ได้กลายเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าจับตามองด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ประเทศเป็นกลาง
สิงคโปร์นั้นเป็นประเทศที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี อีกทั้งยังมีสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสหรัฐ และเกาหลีเหนือ โดยทั้งประเทศล้วนมีสถานทูตตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ อีกทั้งยังมีสำนักงานบริษัทของรัฐบาลเกาหลีเหนือเปิดทำการที่สิงคโปร์ด้วย
นอกจากนี้ยังมีสำนักงานกฎหมายของสิงคโปร์และร้านอาหารฟาสฟู๊ดตั้งอยู่ในกรุงเปียงยางด้วย ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆความสำพันธ์ของทั้งสองบั่นทอนลงเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหประชาชาติชุดใหม่
นอกจากนี้ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์แล้ว สิงคโปร์ยังถือเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศูนย์กลางการเดินทาง อีกทั้งสิงคโปร์ยังเคยมีประสบการณ์จัดการประชุมในระดับนานาชาติมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่นในปี 2015 สิงคโปร์เคยถูกเลือกเป็นสถานที่จัดประชุมระหว่าง ประธานาธิบดี สีจิ้งผิง ของจีน และประธานาธิบดี หม่า อิ้ง จิว ของไต้หวัน มาแล้ว
ความปลอดภัย
Robert Einhorn นักวิเคราะห์จากสถาบัน Brookings Institution และอดีตเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐผู้ซึ่งเคยมีส่วนร่วมในการจัดการเจรจากับเกาหลีเหนือในปี 1990 "นี่เป็นสถานที่ที่นักการทูตชาวเกาหลีเหนือรู้สึกสบายใจ" Einhorn กล่าว
อย่างไรก็ดี การเดินทางมายังเกาหลีเหนือของนายคิมจองอึนก็น่าจับตามองเช่นกัน เนื่องจาก นับตั้งแต่ที่เขาขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เขาไม่เคยเดินทางไกลออกจากประเทศเลย
การเดินทางครั้งล่าสุดของนายคิมคือ การไปเยือนจีน และการเยือนเส้นแบ่งเขตแดน DMZ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งระยะทางจากกรุงเปียงยาง มายังสิงคโปร์นั้น ไกลถึง 3,000 ไมล์ ซึ่งนายคิมจะเดินทางโดยเครื่องบินรุ่นเก่าสมัยโซเวียตคือ Ilyushin-62 มายังสิงคโปร์
นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของสิงคโปร์ที่เป็นเมืองทันสมัยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในเอเชีย
ทำไมไม่เป็น DMZ
นาย Will Saetren นักวิเคราะห์จาก สถาบันจีน-อเมริกันศึกษา ระบุว่า เส้นแบ่งเขต DMZ นั้นเป็นสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อยู่แล้ว โดยเฉพาะจากครั้งล่าสุดที่นายคิมพบกับปธน.มุน
อีกทั้ง DMZ นั้นถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็น "เขตปลอดทหาร" แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยทหารตลอดแนวชายแดด ซึ่งทางสหรัฐมองว่าหากปธน.ทรัมป์เดินทางไปยัง DMZ จะตกกลายเป็นเป้าโฆษณาชวนเชื่อให้กับทางรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งเขต DMZ นั้นดูเหมือนจะเป็น comfort zone และเข้าทางเกาหลีเหนือมากกว่า
ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสิงคโปร์ นาย David Adelman กล่าวว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่เหมาะอย่างยิ่งเพราะเป็น "นายหน้าที่ซื่อสัตย์ระหว่างตะวันออกและตะวันตก" อีกทั้งสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีความสมดุลทางการเมือง กล่าวคือไม่เอนเอียงไปทางเกาหลี ญี่ปุ่น จีน หรือสหรัฐมากจนเกินไป
ด้านนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ทวิตข้อความว่า "เราหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เกิดสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี"







