
นับถอยหลังการกลับสู่ภาคพื้นดินของชาวเหมืองชิลี
ทางการยังคงหวั่นความเสี่ยงหินเคลื่อนตัวปิดทางออก-แต่ละคนงานเตรียมพร้อม
ทางการยังคงหวั่นความเสี่ยงหินเคลื่อนตัวปิดทางออก-แต่ละคนงานเตรียมพร้อม
เที่ยงคืนของวันอังคารที่ 12 ต.ค. หรือราว 10.00 น. ของวันพุธตามเวลาในประเทศไทย ทีมเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการช่วยชีวิตคนงานเหมืองในชิลีจะเริ่มต้นดำเนินการนำคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน กลับขึ้นมา
แต่ทว่า มีรายงานของเอเอฟพีระบุว่า ขั้นตอนการยกดึงงานทั้ง 33 คนขึ้นมา ถือเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงจากการลื่นของชั้นหินมากที่สุด
ความกังวลในเรื่องดังกล่าวกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางทุกวสายตาที่กำลังจับจ้อง
การเคลื่อนตัวของหินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ปิดทางเข้าออกของเหมือง ซึ่งทำให้คนงานเหมืองชาวฮังการี 32 คน และชาวโบลิเวีย 1 คน ติดอยู่ภายใต้เหมืองซานโฆเซ เหมืองขุดแร่ทองคำและทองแดง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของชิลี นับตั้งแต่นั้น
ในแผนช่วยชีวิตครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะหย่อนแคปซูลช่วยชีวิตที่มีชื่อเรียกว่า โฟนิก ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งแคปซูลขนาดเล็กเพียงให้คนงานเหมืองยืนอยู่ภายในได้ และใช้กระบวนการชักลอกดึงขึ้นมาทีละคน โดยการที่แคปซูลดังกล่าวต้องมุดลงไปใต้ดินระยะทาง 622 นั้น จะใช้เวลาราว 15 นาที นานกว่าลิฟต์ใช้งานรุ่นเก่าๆ เสียอีก ขณะที่ระยะเวลาในการดึงขึ้นมาอย่างช้าๆ ราว 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่า ปฏิบัติการช่วยชีวิตครั้งนี้จะต้องใช้เวลาราว 2 วัน จึงจะสามารถนำคนงานเหมืองทั้ง 33 คน ขึ้นมาได้สำเร็จเสร็จสิ้น
ในกรณีที่คนงานเหมืองคนใดประสบปัญหาในระหว่างที่อยู่ภายในแคปซูล และในกระบวนการดึงขึ้นมานั้น เขาจะสามารถปล่อยตัวเองกลับลงสู่ใต้ดินอย่างๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็หวังว่าการช่วยชีวิตจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มีการเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน ในช่วงก่อนหน้านี้ รวมถือการจัดตารางการออกกำลังกาย และทดสอบการรับมือกับภาวะความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น
คนงานเหมืองแต่ละคนจะสวมชุดที่เรียกว่า "bio-harness" คล้ายกับที่ออกแบบให้กับนักบินอวกาศ โดยมีการติดตั้งเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และอุณหภูมิในร่างกาย และระดับของออกซิเจน







