
"ทรัมป์"เยินยอตนเองบนเวทีดาวอส
ปธน.ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุม "เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม" ยกยอนโยบายเศรษฐกิจของตน พร้อมโจมตีการค้าแบบ "นักล่า" ของบางประเทศ ท่ามกลางเสียงโห่ไล่
ปธน.ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุม "เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม" ยกยอนโยบายเศรษฐกิจของตน พร้อมโจมตีการค้าแบบ "นักล่า" ของบางประเทศ ท่ามกลางเสียงโห่ไล่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น
นายทรัมป์ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ต่อบรรดานักธุรกิจชั้นนำของโลกที่มาร่วมประชุม โดยมีเนื้อหาสำคัญที่กล่าวชื่นชมความสำเร็จด้านเศรษฐกิจในการทำหน้าที่ประธานาธิบดีของตนในปีแรกว่า นโยบายการลดภาษีนิติบุคคล รวมไปถึงอัตราว่างงานทีต่ำลงคือความสำเร็จในสมัยของเขา นอกจากนี้ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ มีความน่าดึงดูดในด้านการลงทุนจากต่างชาติมากกว่าที่เคยเป็นมา
"ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า ไม่มีช่วงเวลาใดที่การจ้างงาน การสร้าง การลงทุน และเศรษฐกิจที่เติบโตในสหรัฐ จะดีกว่านี้อีกแล้ว อเมริกายังคงเปิดกว้างต่อการลงทุนซึ่งทำให้เรากลับมามีความสามารถอีกครั้ง"
นอกจากนั้นนายทรัมป์ยังกล่าวถึงนโยบาย America First หรืออเมริกาต้องมาก่อนว่า คำว่า'อเมริกาต้องมาก่อน' ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน
นายทรัมป์ยังกล่าวพาดพิงถึงการค้าในรูปแบบ "นักล่า" ว่าสหรัฐเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการค้าระหว่างประเทศและกล่าวหาหลายประเทศที่ไม่ได้มีการระบุชื่อ แต่คาดว่านายทรัมป์น่าจะกล่าวถึงประเทศจีนว่า เป็นประเทศที่ทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึง "ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาขนานใหญ่"
นอกจากนี้นายทรัมป์ยังกล่าวถึงข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) หรือ TPP ว่าเขาจะพิจารณาการกลับมาเจรจากับประเทศสมาชิกทีพีพีพร้อมกันทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะในเรื่องที่สหรัฐจะได้รับผลประโยชน์
อย่างไรก็ดีมีรายงานอีกด้วยว่าระหว่างที่นายทรัมป์กำลังกล่าวสุนทรพจน์บางช่วงนั้นได้รับเสียงโห่จากผู้ฟังบางกลุ่มด้วย เมื่อเขากล่าวโจมตีสื่อมวลชนว่าเป็นพวกเต้าข่าวลวง หรือ Fake News โดยเขากล่าวถึงสมัยตอนที่ตนเองยังเป็นนักธุรกิจว่า "เขาได้รับการปฏิบัติอย่างดีสมัยเป็นนักธุรกิจ แต่พอมาเป็นนักการเมือง เขาถึงได้รู้ว่าสื่อมวลชนเป็นพวกเลวร้าย และจอมโกหก







