
หากทรัมป์สั่งยิง "นุ๊ก" ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
ปุ่มกดนิวเคลียร์ของทรัมป์ "ใหญ่กว่าแรงกว่า" ของคิมจริงหรือไม่
ปุ่มกดนิวเคลียร์ของทรัมป์ "ใหญ่กว่าแรงกว่า" ของคิมจริงหรือไม่
จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ทวีตข้อความตอบโต้สุนทรพจน์ของนายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ว่า เกาหลีเหนือมีปุ่มยิงนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะทำงานเสมอ พร้อมป้องกันตัวจากสหรัจตลอดเวลา ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทวิตโต้ว่า ปุ่มนิวเคลียร์ที่ "ใหญ่กว่า" และ "ทรงพลัง" กว่าของเกาหลีเหนือ และสามารถทำงานได้จริง
จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าในความเป็นจริงแล้วการกดปุ่มยิงนิวเคลียร์นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง และประธานาธิบสามารถสั่งยิงได้ดั่งใจนึกหรือไม่
นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีคนใหม่เข้าสาบานตนประธานาธิบดี จะปรากฏนายทหารคนหนึ่งที่ถือประเป๋าสีดำใบใหญ่ เปลี่ยนด้านจากประธานาธิบดีคนเดิมไปยังฝั่งประธานาธิบดีคนใหม่ โดยกระเป๋าใบนั้นเรียกว่า "ฟุตบอลนิวเคลียร์" ซึ่งจะทำหน้าที่ติดตามประธานาธิบดีไปทุกๆที่ ภายในเชื่อกันว่ามีอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร และคู่มือแผนการโจมตี ซึ่งถูกออกแบบมาไว้แล้ว
ศาสตราจารย์ ปีเตอร์ ฟีเวอร์ ด้านนโยบายสาธารณะและรัฐศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก กล่าวว่า "ไม่ใช่ตัวประธานาธิบดีที่เป็นผู้กดสั่งยิงนิวเคลียร์ ประธานาธิบมีหน้าที่รับรองความถูกต้องในการสั่งการยิงมิสไซล์นิวเคลียร์ตามคำแนะนำของที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงและกลาโหมเท่านั้น"
"ระบบการยิงนิวเคลียร์ไม่ใช่เป็นปุ่มที่อยู่บนโต๊ะของผู้นำที่สามารถกดสั่งยิงได้ดั่งใจนึก เหมือนกับที่นายคิมจองอึนกล่าวอ้าง" ศ.ปีเตอร์ยังกล่าวเสริมว่า "การตัดสินใจว่าจะยิงมิสไซล์นิวเคลียร์หรือไม่นั้นต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมของทั้งประธานาธิบดีและผู้ช่วยด้านนโยบาย และทางยุทธวิธี ไล่ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการไปจนถืงผู้สั่งกดยิงในฐานไซโลมิสไซล์"
นอกจากนี้ในขั้นตอนการสั่งยิง ประธานาธิบดียังต้องยืนยันตัวตนผ่านรหัสส่วนตัวที่เรียกว่า "บิสกิต" ซึ่งจะแยกกันกับตัวฟุตบอล โดยรหัสบิสกิตประธานาธิบดีจะพบติดตัวไว้ตลอดเวลา
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการทหารของทำเนียบขาว บิล กัลลี่ย์ ระบุในหนังสือ "Breaking Cover" ที่ว่าภายในฟุตบอลนิวเคลียร์จะบรรจุ "หนังสือสีดำ" ซึ่งจะมีลิสต์รูปแบบการโจมตีให้ประธานาธิบดีเลือก รวมถึงมีการ์ดขนาดสามถึงห้านิ้วที่บรรจุโค้ดลับ
ที่สำหรับประธานาธิบดีเพื่อยืนยันตัวตน รวมถึงลิสต์บังเกอร์หลบภัยตามรัฐต่างๆทั่วสหรัฐ เพื่อนำตัวประธานาธิบดีไปให้เร็วที่สุด โดยหลังจากนั้นจะมีคำสั่งระบบกระจายเสียงฉุกเฉินทั่วประเทศซึ่งจะเตือนประชาชนให้รับทราบถึงการตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์จากศัตรู
และในการสั่งยิงที่กระเป๋าฟุตบอลจะต้องใช้นายทหารสองนายในการใส่รหัสพร้อมๆกัน ด้านโรเบิร์ต เคเลอร์ พลอากาศเอกเอกเกษียญอายุจากกองทัพอากาศซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการของกองบัญชาการทางยุทธศาสตร์ สหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลบารัก โอบาม่า กล่าวว่า มีเพียงประธานาธิบดีสหรัฐเท่านั้นที่สั่งยิงนิวเคลียร์ได้
โดยหลังจากประธานาธิบดีแสดงตัวแล้ว ประธานาธิบดีจะสั่งการไปยังนายทหารเสนาธิการร่วม ซึ่งมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยบัญชาการนิวเคลียร์ เพื่อส่งต่อหน้าที่ไปว่าจะสั่งยิงมิสไซล์จากฐานยิงไซโลบนบก บนเรือรบ หรือในเรือดำน้ำ โดยรหัสคำสั่งจะต้องตรงกับเจ้าหน้าที่สั่งยิงด้วย
อย่างไรก็ดีพลเอก โรเบิร์ต เคเลอร์ เคยกล่าวในระหว่างการสอบสวนโดยรัฐสภาถึงกรณีการอภิปรายในประเด็นอำนาจของประธานาธิบดีในการสั่งโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ว่า เขาจะทำตามคำสั่งโจมตีจากประธานาธิบดี แต่จะทำตามคำสั่งนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเท่านั้น
สอดคล้องกับเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อพลอากาศเอก จอห์น ไฮเทน ผู้บัญชาการของกองบัญชาการทางยุทธศาสตร์ สหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลนายทรัมป์ กล่าวในงานประชุมความมั่นคงนานาชาติแฮลิแฟกซ์ ที่จัดขึ้นในประเทศแคนาดา ว่า "ตัวเขาจะไม่ยอมรับหรือปฏิบัติตามคำสั่งใด ๆ จากนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากผู้นำสหรัฐฯ สั่งให้เขายิงอาวุธนิวเคลียร์ โดยผิดกฎหมาย"







