
ลม-ก้อนหิน-ผู้หญิง แห่ง 'เชจู'
เล่าเรื่องเครียดๆ ของการเมืองในเกาหลีเหนือ-ใต้มาหลายสัปดาห์แล้ว วันนี้ก่อนจะขึ้นปีใหม่ขอคั่นเวลาด้วยการพาเที่ยวดีกว่าค่ะ
โดย...ดร. เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
เล่าเรื่องเครียดๆ ของการเมืองในเกาหลีเหนือ-ใต้มาหลายสัปดาห์แล้ว วันนี้ก่อนจะขึ้นปีใหม่ขอคั่นเวลาด้วยการพาเที่ยวดีกว่าค่ะ ใครๆ ที่สนใจการเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีต้องเคยได้ยินเรื่อง "เกาะเชจู" หรือเกาะแห่งเทพเจ้าแน่ๆ เกาะนี้เพื่อนชาวเกาหลีเขาบอกว่ามี "ของขลังอยู่ 3 อย่าง คือ ลม ก้อนหิน และผู้หญิง" หากขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไป วิชาอาคมความขลังก็จะหายไปจากเกาะเชจูเลยทีเดียวการเดินทางไปเกาะเชจูไปได้ทั้งทางอากาศและทางเรือ ใจจริงอยากจะนั่งรถไฟความเร็วสูงจากโซลล่องใต้แล้วต่อเรือไปเรื่อยๆ แบบนักเดินทางแบ็กแพ็ก แต่เนื่องจากเวลามีจำกัด ทำให้ Korea Press Foundation ซึ่งเป็นเจ้าภาพให้นักข่าวไปดูงานอยู่ที่กรุงโซลทุ่มทุนให้พวกเราขึ้นเครื่องบินจากสนามบินคิมโปบินตรงไปเกาะเชจูพร้อมโปรแกรมทัวร์ วันหนึ่งๆ มีเที่ยวบินไปเกาะเชจูหลายสิบเที่ยว จะไปเช้ากลับเย็นนั้นเลยก็ได้ (แต่ไม่ดีกว่า) หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ไป มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เกาะเชจู โดยสายการบิน East Star Jet ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติเกาหลีแล้วค่ะ หากใครชอบเดินทางเที่ยวเองก็สามารถไปได้อย่างสบาย เพราะมี ทั้งรถเมล์ แท็กซี่ รถเช่าขับเอง ไว-ไฟก็มา เต็มทั้งเกาะแล้ว ยกเว้นในถ้ำใต้ภูเขาไฟ นอกจากนี้เกาะเชจูยังปลอดภัยกว่ากรุงโซลที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำเกือบจะที่สุดในโลกเสียอีก
เนื่องจากเราไปในฐานะนักข่าวต่างประเทศ จุดแรกที่ต้องไปแวะคือศาลาว่าการเมืองเชจู เพื่อเยี่ยมผู้บริหารเมือง เกาะเชจูมีสถานะเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปกครองตนเองแบบพิเศษ เรื่องราวภายในเกาะสามารถบริหารเองได้ ยกเว้นการทหารและการจัดการความปลอดภัยเหนืออาณาเขตเกาหลีที่ต้องมาจากส่วนกลาง และจากการจัดทีมผู้บริหารให้ออกมาพบเรานั้น ทำให้รู้ว่าทุกวันนี้เมือง เชจูประสบปัญหาอะไร
ทีมที่เราได้พบเป็นทีมบริหารการท่องเที่ยวของเกาะค่ะ ปัญหาใหญ่ที่เกาะเชจูประสบเมื่อเดือนที่ผ่านมา คือ "การที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงจนแทบเป็นศูนย์" เพราะรัฐบาลจีนไม่ออกใบอนุญาตให้บริษัททัวร์นำกลุ่มทัวร์จีนมาเกาหลี อันนี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่เกาหลีช่วยสหรัฐอเมริกาเหยียบเท้าจีน คือ เอาเครื่องยิงต้านขีปนาวุธทาด (THAAD) สัญชาติอเมริกันมาติดตั้งในคาบสมุทร เหตุเกิดหลังจากที่เกาหลีเหนือขยันยิงขีปนาวุธข้ามหัวไปทะเลญี่ปุ่นในช่วงกลางปีที่ผ่านมาค่ะ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจีนที่มาเป็นคณะทัวร์จึงหมดไป เหลือแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ เดินทางมากันเองจำนวนน้อยนิด
ปัญหานี้ทำให้เศรษฐกิจของเกาะหยุดชะงักไปเลย เพราะรายได้กว่า 90% ของเกาะเชจูมาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปีก่อนหน้ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเกาะเชจู 15 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจีนกว่า 85%! แล้วจะเหลืออะไรล่ะคะ ขนาดพวกเราไปกันไม่กี่คน ไกด์ที่มารอรับดีใจสุดๆ เพราะเดือนหนึ่งมีงานเข้าไม่กี่วัน เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกว่าไทยได้อานิสงส์ที่คนจีนยังมาเที่ยวบ้านเราอยู่อย่างคึกคัก แต่อย่าได้ชะล่าใจต้องทำ Risk Management ไว้เสียก่อน เพิ่มกลุ่มเป้าหมายจากประเทศอื่นๆ หากเจอแบบเกาหลี เราจะได้มีความเสียหายน้อยลง
หลังจากประชุมพูดคุยกันแล้ว ประโยคสุดท้ายที่รองผู้ว่าการเมืองเชจูฝากกลับบ้าน คือ "เมื่อกลับไปเมืองไทยแล้ว ขอความกรุณาช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะครับว่าชาวเชจูรอนักท่องเที่ยวจากไทยอยู่ คนไทยไปกรุงโซลกันเยอะแล้ว ขอให้มาเกาะเชจูกันเยอะๆ บ้าง ที่นี่มีที่เที่ยวมากมาย และตอนนี้ก็มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เชจู ด้วยครับ"
สำนักงานการท่องเที่ยวเชจูเริ่มปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยว จากเน้นปริมาณมาเป็น "เน้นคุณภาพ และให้อยู่นานๆ" คนจะมา เชจูและอยู่นานๆ ได้ ต้องเป็นกลุ่มเฉพาะที่อนุรักษ์และนิยมธรรมชาติ เพราะเกาะนี้เป็นเกาะภูเขาไฟเก่าและมีระดับความสูงต่างกัน ทำให้มีระบบนิเวศที่หลากหลาย มีพืชและสัตว์ที่แตกต่างกันในแต่ละระดับความสูง ส่วนพื้นราบดินดำอุดมสมบูรณ์มากจึงเป็นที่เพาะปลูกพืชที่สำคัญหลายอย่างของเกาหลี เช่น ส้มประจำถิ่นเชจู ที่มีความหอมหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ใบชาคุณภาพดี เบอร์รี่ สมุนไพรที่ใช้ในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะยี่ห้อ Innisfree ซึ่งเน้นสมุนไพรธรรมชาติ ก็ใช้ทั้งชาเขียวและดอกแมกโนเลียที่แข็งแรงโต้ลมทะเลจากเกาะเชจูมากที่สุดค่ะ
"ลม" ของขลังอันดับหนึ่ง ด้วยความที่เป็นเกาะ ทำให้ "ลม" พัดถ่ายเทตลอดเวลา ทว่าลมที่นี่พัดแรงจริงในทุกฤดู ทว่าที่โหดสุด คือ ฤดูหนาว ลมหนาวแทรกบาดเนื้อจนแสบและแตกระแหงไปหมด ในอดีตสมัยโชซอน เกาะเชจูเป็นสถานที่เนรเทศนักโทษ เช่น แดจังกึม หากใครถูกส่งมาอยู่เกาะนี้ก็แทบไม่ต้องหวังว่าจะได้กลับคืนสู่เมืองหลวงฮันยาง ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่สาหัสให้ได้ ที่อยู่อาศัยต้องกันลมอย่างดี แต่ปัจจุบันลมมีประโยชน์มาก เกาะเชจูมีเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ทันสมัย ได้สร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้าทั้งที่ตั้งอยู่บนบกและในน้ำ เช่น ที่เขตซินชาง ฟาร์มลมมีความสวยงามเริ่ดหรู ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่ถ่ายทำซีรี่ส์เกาหลีไปแล้ว เกาะเชจูมีเป้าหมายจะทำให้ทั้งเกาะเป็น Carbon-Free คือ ไม่ใช้พลังงานจากฟอสซิล เช่น แก๊สหรือน้ำมันอีกเลย และจะขายไฟฟ้าจากพลังงานลมกลับไปสู่แผ่นดินใหญ่ให้ได้ภายในปี 2030 ด้วย
ของขลังอันดับสอง "ก้อนหิน" บนเกาะเชจูมีหินที่แกะสลักเป็นรูปคน ตาโปนไม่มีตาดำ ใส่หมวกรูปเห็ด มือลูบพุง แสดงความมีอันจะกิน...หินนี้เรียกว่า โดลฮารือบัง ( ) หรือ "ปู่เจ้าก้อนหิน" ฮารือบังเป็นภาษาท้องถิ่นเชจู เพี้ยนมาจากคำว่า "ฮาราบอจี-ปู่" ที่เป็นภาษามาตรฐาน ส่วนโดล คือ หิน ซึ่งเป็นต้นเรื่องของความขลังเลยเพราะเป็นหินบะซอลจากลาวาภูเขาไฟค่ะ เกาะเชจูเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ลาวาพ่นกระจายเหนือน้ำทำให้เป็นเกาะ หินบนเกาะเชจูจึงมีรูพรุนตามธรรมชาติ และมีรูปร่างแปลกๆ มากมาย ส่วน "ปู่เจ้าก้อนหิน" นี้ แกะสลักมาจากความเชื่อว่า ท่านปู่เป็นเทพที่ป้องกันภัยจากปีศาจ หรือสิ่งเลวร้ายได้ ในสมัยโบราณจึงมีการแกะสลักหินปู่เจ้าประจำประตูเมืองบนเกาะทุกประตู ต่อมาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเพราะมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น
(อ่านต่อฉบับหน้า)







