posttoday
"เจ้าหญิงไมเคิล" กับเข็มกลัดเจ้าปัญหา

"เจ้าหญิงไมเคิล" กับเข็มกลัดเจ้าปัญหา

25 ธันวาคม 2560

เมื่อ "เจ้าหญิงไมเคิลแห่งเคนท์" หนึ่งในสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษตกเป็นประเด็นดราม่าที่มีต้นเหตุมาจากเข็มกลัดที่ส่อไปทางเหยียดสีผิว

เมื่อ "เจ้าหญิงไมเคิลแห่งเคนท์" หนึ่งในสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษตกเป็นประเด็นดราม่าที่มีต้นเหตุมาจากเข็มกลัดที่ส่อไปทางเหยียดสีผิว

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันที่พระราชวังบัคกิงแฮม ในกรุงลอนดอน เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส โดยผู้ที่มาร่วมงานมีทั้งพระบรมวงศานุวงศ์และพระญาติวงศ์น้อยใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้นของ เจ้าชายแฮร์รี่ ที่กำลังเป็นคู่ขวัญคู่ใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ งานนี้จึงเป็นงานแรกๆ ที่เมแกนมาร่วมในฐานะว่าที่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ และเป็นโอกาสพบกันครั้งแรกระหว่างเมแกนกับพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์

แต่แทนที่ภาพของงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันจะออกมาแบบชื่นมื่น กลับเกิดดราม่าร้อนแรงขึ้น เมื่อมีผู้สังเกตเห็นว่า "เจ้าหญิงไมเคิลแห่งเคนท์" หนึ่งในสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษ ทรงใช้เข็มกลัดที่ทำเป็นรูปชาวแอฟริกัน หรือ Blackamoors ผิวกายสีดำ เมื่อหลายคนเห็นภาพนี้ต่างรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องประดับที่ส่อไปทางเหยียดสีผิวแล้ว ยังเป็นการกระทำที่เสียมารยาทต่อเมแกน ซึ่งเป็นลูกครึ่งชาวผิวขาว-ผิวดำอีกด้วย

กระแสตอบโต้ที่สุดแรงต่อเจ้าหญิงไมเคิล ทำให้พระองค์มีแถลงการณ์ผ่านทางโฆษกส่วนพระองค์ในเวลาต่อมาว่า ทรงเสียใจและรู้สึกทุกข์ใจอย่างมากที่เครื่องประดับรูปชาวแอฟริกันทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจ นอกจากนี้ โฆษกยังเปิดเผยว่า เจ้าหญิงทรงได้รับเข็มกลัดดังกล่าวเป็นของขวัญและทรงใช้ประดับหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีในวงการกว้างว่า เครื่องประดับประเภท Blackamoors มีนัยเหยียดสีผิวและส่อไปในทางกดขี่ชาวแอฟริกันเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ด้อยกว่า รวมถึงนัยของการล่าอาณานิคม เพราะรูปแบบเครื่องประดับมักทำเป็นรูปชาวแอฟริกันในลักษณะเป็นข้ารับใช้หรือทาส

"เจ้าหญิงไมเคิล" กับเข็มกลัดเจ้าปัญหา

นอกจากนี้ เจ้าหญิงไมเคิลยังทรงเคยตกเป็นข่าวว่า แสดงท่าทีเหยียดสีผิว โดยเมื่อปี 2004 ทรงมีปากเสียงกับชาวแอฟริกัน-อเมริกันกลุ่มหนึ่งในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ และทรงบอกในทำนองที่ว่า ให้คนกลุ่มนั้นกลับไปยังบ้านเกิดที่บรรพบุรุษของพวกเขาเสีย ซึ่งเจ้าหญิงทรงปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ แต่กลับทำให้เรื่องราวยิ่งบานปลายด้วยการเรียกชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่มีปัญหาด้วยว่า “เจ้าแร็พเปอร์พวกนั้น”

นอกเหนือจากพฤติกรรมที่ไม่ยั้งคิดเรื่องการเหยียดเชื้อชาติแล้ว เจ้าหญิงไมเคิลยังทรงมักตกเป็นข่าวหลายต่อหลายครั้ง เพราะคำพูดที่โผงผางออกไปทางเสียดสีจนคล้ายกับดูหมิ่นผู้อื่น แม้แต่กับพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษก็ยังไม่วายตกเป็นเป้าวาจาส่อเสียดของเจ้าหญิงพระองค์นี้

ทั้งนี้ เจ้าหญิงไมเคิลแห่งเคนท์ เดิมมีสถานะเป็นสามัญชนชาวเยอรมัน เกิดที่สาธารณรัฐเช็ก และมีบิดาเป็นสมาชิกหน่วยเอสเอสของนาซีเยอรมัน คือ บารอน กึนเทอร์ โรบ์นิตซ์ ต่อมาเษกสมครสกับ เจ้าชายไมเคิลแห่งเคนท์ พระโอรสของเจ้าชายจอร์จ ดยุกแห่งเคนท์ พระอนุชาของ พระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

ที่มา www.m2fnews.com

ภาพ เอเอฟพี 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี