
ปั้นไทยสู่ฮับ อี-คอมเมิร์ซอาเซียน
ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวที่สูงมาก โดยในปี 2559 มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 ล้านล้านบาท
โดย ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวที่สูงมาก โดยในปี 2559 มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง(บีทูซี) ซึ่งเติบโตเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียนด้วย
ความน่าสนใจนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ได้ให้ข้อมูลผลสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ไว้ว่า มูลค่าอี-คอมเมิร์ซแบบบีทูซีในไทยปี 2559 อยู่ที่ 1.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน
รองลงมาคือ มาเลเซีย มูลค่า 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามด้วย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แต่หากพิจารณาถึงการขยายตัวระหว่างปี 2558-2559 จะพบว่า อี-คอมเมิร์ซแบบบีทูซีของไทยขยายตัวน้อยกว่ามาเลเซียพอสมควร
หากพิจารณารายละเอียดลงไปอีก จะพบว่า มูลค่าอี-คอมเมิร์ซต่อหัวประชากรของไทยยังน้อยกว่ามูลค่า อี-คอมเมิร์ซต่อหัวประชากรของมาเลเซียและสิงคโปร์ค่อนข้างมาก โดยมูลค่าอี-คอมเมิร์ซต่อหัวประชากรในไทยอยู่ที่ 285 ดอลลาร์ในปี 2559 ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ 560 ดอลลาร์ ส่วนสิงคโปร์อยู่ที่ 736 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม มูลค่าอี-คอมเมิร์ซของไทยมีแนวโน้มที่จะแซงเพื่อนบ้านได้ไม่ยากในอนาคต เพราะการ เปรียบเทียบข้างต้นต้องไม่ลืมว่าเรามีตัวหารเยอะกว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งก็คือจำนวนประชากรทั้งประเทศที่มากเกือบ 70 ล้านคน ซึ่งหากรัฐบาลได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น จะช่วยให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคนสามารถใช้ประโยชน์จากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และช่วยเพิ่มยอดมูลค่าอี-คอมเมิร์ซได้มากยิ่งขึ้น
ประกอบกับความตั้งใจของรัฐบาลที่กำลังผลักดันร่างแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ โดยมีเป้าหมายมุ่งสร้างมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 5 ปี (2560-2564) ด้วยการ 1.เสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ 2.เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ 3.เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพปัจจัยสนับสนุน เช่น การตลาด การชำระเงิน และโลจิสติกส์ และ 4.การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย
นอกจากนี้ โอกาสของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยจะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น จากการเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยของยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจากต่างประเทศที่มีแผนเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย โดยมองว่าโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทยจะช่วยเชื่อมโยงในภูมิภาคได้
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ คือ การสร้างทัพบุคลากรที่มีองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล อี-คอมเมิร์ซ และไอที สพธอ.จึงได้จัดงาน "Thailand e-Commerce Week 2017" ขึ้นมา เพื่อช่วยสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านอี-คอมเมิร์ซแก่ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอี-คอมเมิร์ซ และสนับสนุน ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซไทยที่เข้มแข็งแล้ว ให้ก้าวไปสู่ตลาดที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้ อี-คอมเมิร์ซไทยได้เจรจาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทผู้ซื้อรายใหญ่จากต่างประเทศที่ต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดในอาเซียนและโลก







