
ไม่สนโลก
พม่าจะเปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องไปทั่วโลก แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ คือ พม่าไม่สนใจ ไม่แยแส กับเสียงวิจารณ์หรือเสียงกดดันจากต่างประเทศทั้งสิ้น
พม่าจะเปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องไปทั่วโลก แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ คือ พม่าไม่สนใจ ไม่แยแส กับเสียงวิจารณ์หรือเสียงกดดันจากต่างประเทศทั้งสิ้น
โดย....ธนพล ไชยภาษี
พม่าจะเปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องไปทั่วโลก แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ คือ พม่าไม่สนใจ ไม่แยแส กับเสียงวิจารณ์หรือเสียงกดดันจากต่างประเทศทั้งสิ้น
แม้กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อน บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาป่าวประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทบจะไม่มีความหมาย เพราะ อองซานซูจี ตัวแทนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและเป็นความหวังหนึ่งเดียวของโลกตะวันตกที่จะเห็นพม่าเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้น ไม่มีสิทธิในการลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ พม่าได้ให้แค่สิทธินางออกไปกากบาทเลือกตั้งเหมือนกับคนพม่าทั่วไปเท่านั้น
วันเดียวหลังจากนั้น พม่าก็ออกมาป่าวประกาศทำเป็นเสียงไม่รู้ร้อน ไม่สนใจเสียงของนายใหญ่แห่งสหประชาชาติ แถมยังบิดเบือนประเด็นไปด้วยว่า ให้ชาวพม่าระวังผู้ไม่หวังดีจะก่อเหตุร้ายขึ้นในประเทศช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งในกรุงเทพฯ ที่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่รัฐบาลพม่าก็โยนให้ฝ่ายค้านไปก่อน และพยายามผูกโยงไปว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นั้นมีส่วนพัวพันกับผู้ก่อการร้าย
จะเห็นได้ชัดครับว่า พม่าแทบจะไม่สนใจกับถ้อยแถลงของบันคีมุนเลยแม้แต่นิด สหประชาชาติจะรับรองการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ไม่ใช่คำตอบ และไม่ใช่เรื่องที่พม่าจะให้ความสนใจ เพราะพม่าเองก็ไม่ต้องการให้ต่างชาติเข้ามายุ่งกับกิจการภายในของพม่าเองอยู่แล้ว ครั้นในอดีตที่ผ่านมา ทูตพิเศษจากสหประชาชาติจะเข้าไปพม่าแต่ละครั้ง ต้องทำเรื่องกันวุ่นวาย และในแต่ละครั้งก็ใช่ว่าจะได้รับประกันว่าจะพบบุคคลสำคัญในพม่า ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย หรืออองซานซูจี
เหตุผลสำคัญที่ทำให้พม่าแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา ก็เพราะว่าพม่าเลือกที่จะคบมิตรประเทศไม่กี่ชาติเท่านั้น ที่เห็นกันอย่างชัดๆ ก็คือ จีน เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดพม่าเพิ่งจะยกก๊วนผู้นำไปพบกับผู้นำจีนถึงกรุงปักกิ่ง แน่นอนว่า จะเป็นการพบปะและรายงานถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้ง และก็เป็นไปตามคาด จีนเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่ออกปากรับรองการเลือกตั้งในพม่า และขอให้ทั่วโลกรับรองด้วยเหมือนกัน
ใครจะรับรองหรือไม่ พม่าไม่สน ขอแค่จีนรับรองการเลือกตั้งเท่านั้น พม่าก็เพียงพอใจ
ดูเหมือนว่า จะเป็นเรื่องยากครับ ที่จะกดดันให้พม่าเปลี่ยนแปลงเส้นทางการปฏิรูปการเมืองในแบบที่พม่าจัดฉากขึ้นมาเป็นลำดับขั้นนับตั้งแต่ การร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ การหยั่งเสียงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พม่าพูดเอง ทำเอง เออเอง จัดสรรอำนาจกันเอง และหลังจากการเลือกตั้งพม่าก็จะได้รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ แต่เป็นรัฐบาลที่คุมได้ ส่วนทหารพม่าก็จะย้ายไปอยู่หลังเวทีแทน
สิ่งที่โลกทำได้ในขณะนี้ ก็ได้แต่เพียงรอดูสถานการณ์ต่อไปเท่านั้น ว่ารัฐบาลชุดใหม่พม่าหน้าตาเป็นอย่างไร และเมื่อคณะทหารย้ายไปอยู่หลังฉาก สถานการณ์ต่างๆ ในพม่าจะแย่น้อยลงกว่าเดิมหรือไม่
โลกทำได้แค่นั้นจริงๆ ครับ







